ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2540

มาตรา 12

ยกเลิกแล้วหมวด ๑ คณะกรรมการการเลือกตั้ง
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2540 มาตรา 12 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาว่ากรรมการการเลือกตั้งผู้ใดมีกรณีตามมาตรา ๑๑ (๕) หรือ (๖) และต้องพ้นจากตำแหน่ง ในการพิจารณาดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจำนวนเจ็ดคน ซึ่งอย่างน้อยให้พิจารณาแต่งตั้งจากกรรมการร่างกฎหมายหนึ่งคน ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการตุลาการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหนึ่งคน ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการอัยการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอัยการพิเศษฝ่ายหนึ่งคน เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นว่ากรรมการการเลือกตั้งมีกรณีต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ในการพิจารณาสอบสวนกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญและสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือสั่งให้บุคคลใด ๆ มีหนังสือชี้แจ้งข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็น หรือสั่งให้บุคคลใด ๆ ส่งวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการพิจารณาได้ มติของสภาผู้แทนราษฎรว่ากรรมการการเลือกตั้งมีกรณีต้องพ้นจากตำแหน่งต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร และให้มีผลให้กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรมีมติ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 11570/2553

พ.ศ. 2553

พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา

ค้นต่อ