พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง พ.ศ. 2552
มาตรา 8
พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง พ.ศ. 2552 มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้ร่วมลงนามในกฎบัตรของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เพื่อก่อตั้งสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute)และความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กำหนดให้จัดตั้งสำนักงานของสถาบันขึ้นในประเทศไทยเพื่อดำเนินงานและปฏิบัติภารกิจอันเป็นหน้าที่ของสถาบัน ดังนั้นเพื่อให้สถาบันและเจ้าหน้าที่ของสถาบันซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินงานและการปฏิบัติงานในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3281/2562
สัญญาตัวแทนตามคำฟ้องเป็นสัญญาระหว่างโจทก์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกับจำเลยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี การที่คู่สัญญาตกลงกันให้นำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าวซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการระหว่างประเทศไปฟ้องยังศาลแห่งเมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจึงสามารถทำได้ตามหลักกฎหมายทั่วไประหว่างประเทศ ไม่ตกเป็นโมฆะ สำหรับการตีความสัญญานั้นต้องตีความไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คา