พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. 2504
มาตรา 6
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. 2504 มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ส. ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติในประเทศไทยซึ่งได้ใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๙๘ จนถึงบัดนี้ และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วนั้น ยังมีบทบัญญัติที่ไม่ชัดเจนเพียงพอไม่เป็นการสะดวกแก่การปฏิบัติ จึงสมควรปรับปรุงเสียใหม่หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงาน ของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๔ ๑. อนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของสหประชาชาติฉบับที่สมัชชาแห่งสหประชาชาติได้รับเอาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๔๖ (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๓ ตอนที่ ๔๘ หน้า ๖๘๒ วันที่ ๑๒มิถุนายน ๒๔๙๙) ๒. อนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษฉบับที่สมัชชาแห่งสหประชาชาติได้รับเอาเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๔๗ และภาคผนวกท้ายอนุสัญญา (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๓ ตอนที่ ๔๘ หน้า ๖๘๒ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๙๙) ๓.ความตกลงระหว่างกองทุนพิเศษแห่งสหประชาชาติกับรัฐบาลแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับความช่วยเหลือจากกองทุนพิเศษ (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๗ ตอนที่ ๖๗ หน้า ๖๕๐ วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๐๓) ๔. ความตกลงมาตรฐานที่ได้แก้ไขใหม่ระหว่างสหประชาชาติ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกองค์การการกรรมกรระหว่างประเทศ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ องค์การอนามัยโลก และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ กับรัฐบาลแห่งประเทศไทย (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๗ ตอนที่ ๖๗ หน้า ๖๖๘ วันที่ ๑๖ สิงหาคม๒๕๐๓) ๕. ความตกลงระหว่างสหประชาชาติกับรัฐบาลแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจสำหรับเอเชียและตะวันออกไกลในประเทศไทย ซึ่งได้ลงนามกันเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ณ นครเจนีวา (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๕๙ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๔) ๖.ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสำนักงานส่วนภูมิภาคตะวันออกไกลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้ลงนามกันเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๙ (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๕๙ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๔) ๗.อนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษเพิ่มเติม แก่ (๑) องค์การการกรรมกรระหว่างประเทศ (ภายในบังคับของภาคผนวก ๑ ท้ายอนุสัญญา) (๒) องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ภายในบังคับของภาคผนวก ๔ ท้ายอนุสัญญา) (๓) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ภายในบังคับของภาคผนวก ๕ท้ายอนุสัญญา) (๔) ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนาการ (ภายในบังคับของภาคผนวก ๖ ท้ายอนุสัญญา) (๕) องค์การอนามัยโลก (ภายในบังคับของภาคผนวก ๗ ที่ได้ตรวจแก้ไขแล้ว ซึ่งสมัชชาอนามัยโลกสมัยที่ ๑๐ ได้ลงมติรับเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐) (๖) สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ภายในบังคับของภาคผนวก ๙ ท้ายอนุสัญญา) (๗)องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ภายในบังคับของภาคผนวก ๑๑ ท้ายอนุสัญญา) และ (๘) บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (ภายในบังคับของภาคผนวก ๑๓ ซึ่งคณะผู้อำนวยการของบรรษัทได้ลงมติรับเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๐๒) (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๗๓ วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๐๔) ๘.อนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษเกี่ยวกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ภายในบังคับของภาคผนวก ๒ ที่ได้ตรวจแก้ไขแล้ว ซึ่งที่ประชุมสมัยที่ ๑๐ ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติได้ลงมติรับโดยข้อมติที่ ๗๒/๕๙ (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๗๓ วันที่ ๑๒กันยายน ๒๕๐๔) ๙. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศไทยกับองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับสำนักงานส่วนภูมิภาคเอเชียขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้ลงนามกัน เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๔ (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๘๙ วันที่ ๓๑ตุลาคม ๒๕๐๔)