พระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานขององค์การ สนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเซียอาคเนย์ พ.ศ. 2503
มาตรา 5
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานขององค์การ สนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเซียอาคเนย์ พ.ศ. 2503 มาตรา 5 ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย หรือเข้ามาในประเทศไทย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับองค์การ สปอ. ให้บุคคลต่อไปนี้ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันในประเทศไทย อย่างเดียวกันกับที่ให้บุคคลในคณะฑูตในฐานะเทียบเท่า คือ (๑) ผู้แทนของรัฐซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การ สปอ. และสมาชิกแห่งคณะเจ้าหน้าที่ในทางการของผู้แทนของรัฐสมาชิก และ (๒) เลขาธิการองค์การ สปอ. รองเลขาธิการ หรือพนักงานระหว่างประเทศผู้ได้รับแต่งตั้งให้กระทำการแทนเลขาธิการ และพนักงานระหว่างประเทศชั้นผู้ใหญ่ตามที่รัฐบาลไทยกับองค์การ สปอ. จะได้ทำความตกลงกัน บทบัญญัติอันว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันที่ให้แก่ผู้แทนของรัฐและบุคคลในคณะที่กล่าวใน (๑) นั้น มิให้ใช้บังคับแก่ผู้แทนของประเทศไทยและบุคคลในคณะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 7574/2559
จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานและเหตุที่พนักงานจะต้องพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจและพนักงานทุกคนตามวันที่บทกฎหมายดังกล่าวกำหนด กฎหมายดังกล่าวมิใช่เป็นบทกฎหมายกำหนดความผิดที่มีโทษในทางอาญาที่จะต้องใช้ขณะกระทำความผิดและต้องห้ามมิให้ใช้บังคับย้อนหลังไปก่อนการกระทำควา