พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561
มาตรา 12
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561 มาตรา 12 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ให้เหมาะสมแก่การบริหารจัดการยิ่งขึ้น โดยถวายเป็นพระราชอำนาจในการจัดการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยเพื่อให้การใช้ประโยชน์ทรัพย์สินนั้นเป็นไปโดยเหมาะสมตามที่จะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตามโบราณราชประเพณี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้มาตรา ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้แก้ไขคำว่า "สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์" เป็นคำว่า "สำนักงานพระคลังข้างที่"คำว่า "คณะกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์" เป็นคำว่า "คณะกรรมการพระคลังข้างที่" คำว่า"กรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์" เป็นคำว่า "กรรมการพระคลังข้างที่" และคำว่า "ผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์"เป็นคำว่า "ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่" ทุกแห่ง มาตรา ๔ ให้บรรดากิจการทั้งปวงของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นกิจการของสำนักงานพระคลังข้างที่ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับระเบียบ ประกาศ คำสั่ง รวมตลอดถึงเอกสารที่เกี่ยวกับนิติกรรมหรือสัญญา หรือเอกสารแสดงสิทธิหน้าที่ และความผูกพันใด ๆ ที่อ้างถึง "สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์" "คณะกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์""กรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์" หรือ "ผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์" ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง รวมตลอดถึงเอกสารที่เกี่ยวกับนิติกรรมหรือสัญญาหรือเอกสารแสดงสิทธิ หน้าที่ และความผูกพันใด ๆ นั้นอ้างถึงและหมายถึง "สำนักงานพระคลังข้างที่""คณะกรรมการพระคลังข้างที่" "กรรมการพระคลังข้างที่" หรือ "ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่"แล้วแต่กรณี มาตรา ๕ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิหน้าที่ และภาระผูกพันของสำนักพระราชวังเฉพาะส่วนของสำนักงานพระคลังข้างที่ ไปเป็นของสำนักงานพระคลังข้างที่ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระคลังข้างที่เป็นหน่วยงานที่มีภาระหน้าที่ในการดูแลจัดการพระราชทรัพย์ของพระมหากษัตริย์มาแต่โบราณกาล ซึ่งต่อมาได้มีการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพื่อทำหน้าที่แทน เพื่อเป็นการสืบทอดประวัติความเป็นมาให้สอดคล้องกับโบราณราชประเพณีจึงสมควรเปลี่ยนชื่อสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เป็นสำนักงานพระคลังข้างที่ และสมควรรวมกิจการของสำนักพระราชวังเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานพระคลังข้างที่เดิมเข้ามาบริหารจัดการโดยสำนักงานพระคลังข้างที่ตามพระราชบัญญัตินี้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 11570/2553
พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา