พระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช 2473
มาตรา 19
ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช 2473 มาตรา 19 พนักงานกรมทางซึ่งได้รับตั้งเป็นผู้ตรวจทางหลวงนั้น มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อใดผู้รับสัมปทานหรือผู้แทนหรือลูกจ้างของผู้รับสัมปทานกระทำผิด หรือทำให้เกิดความเสียหายโดยละเมิดต่อพระราชบัญญัตินี้ หรือสัมปทาน ผู้ตรวจต้องสืบให้ทราบและจดรายงานไว้ (๒) รายงานเหตุการณ์นั้น ๆ ต่อกรมทาง และแจ้งให้อัยการเจ้าหน้าที่ทราบ เมื่อเห็นว่าจำเป็นต้องฟ้องร้องต่อศาล (๓) จับผู้กระทำผิดฉกรรจ์ เมื่อเห็นว่าจำเป็นและส่งตัวไปยังเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจไต่สวนชั้นต้น (๔) รายงานการเสียหายต่อกรมทางและจัดการแทนกรมทาง ยื่นฟ้องต่อศาลซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีนั้นเรียกค่าเสียหายทดแทน เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอำนาจและหน้าที่ดังกล่าวนั้น ผู้ตรวจทางหลวงอาจทำได้ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าตรวจทางหลวง และเข้าไปในโรงเรือนของผู้รับสัมปทานซึ่งใช้ในการบำรุงรักษาทางหลวง (๒) เรียกผู้ทำการสร้างหรือผู้ทำการบำรุงรักษาทางหลวงมาสอบสวน (๓) เรียกให้ผู้รับสัมปทานนำสมุดหนังสือและเอกสารสำคัญมาให้ตรวจดูตามซึ่งเห็นว่าจำเป็นการสร้างและบำรุงรักษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็
พ.ศ. 2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ
ค้นต่อ