ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช 2473

มาตรา 37

ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช 2473 มาตรา 37 การกระทำดังต่อไปนี้ ท่านว่าต้องระวางความผิดฐานลหุโทษต่างหากจากโทษฐานอื่นอันอาจมีตามกฎหมายลักษณะอาชญา คือ (๑) ผู้ใดจงใจขัดขวางเจ้าพนักงานกรมทางในการปฏิบัติหน้าที่ก็ดี หรือขัดขวางบุคคลผู้กระทำตามอำนาจอันชอบด้วยกฎหมายในการรังวัด การสร้าง หรือบำรุงรักษาทางหลวงก็ดี หรือบังอาจถอน หรือพาไปเสียซึ่งหลักหรือหมุดที่ปักไว้เพื่อการรังวัดสร้าง หรือบำรุงรักษาทางหลวงก็ดี หรือบังอาจลบหรือทำลายเครื่องหมายอันมีไว้เพื่อการรังวัดสร้างหรือบำรุงรักษาทางหลวงก็ดี ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๒ (๒) ผู้ใดมิได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมาย บังอาจขุด ขนดิน ทราย หิน หญ้า ต้นไม้ หรือสิ่งอื่นไปจากมูลดิน คู สะพาน เขื่อนสะพาน ทางระบายน้ำ หรือกำแพงเขื่อน หรือทำความเสียหายอย่างอื่นแก่ทางหลวง ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๓ (๓) ผู้ใดมิได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมาย จงใจเปลี่ยนทางน้ำ หรือรางน้ำ หรือทำทำนบขวางคู หรือใต้สะพานหรือกั้นทางน้ำอันมีมาเดิม โดยวิธีอันน่าจะเกิดเสียหายแก่ทางหลวงได้ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๓ (๔) ผู้ใดลากไสซึ่งไถคราดหรือเครื่องมืออย่างอื่นไปตามหรือผ่านทางหลวงโดยวิธีอันควรเห็นว่าคงจะขีดหรือขุดถนนและไม่ระมัดระวังตามที่ผู้รับสัมปทานหรือกรมทางกำหนดไว้ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๑ (๕) ผู้ใดรื้อถอนทำลาย เสา หรือป้ายบอกทาง เครื่องหมายชี้หนทางหรือบอกระยะทาง ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๒ (๖) ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของกรมทางว่าด้วยหน้าที่แห่งเจ้าของที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นริมทางหลวง หรือระเบียบว่าด้วยการใช้ทางหลวง ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น ๒

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน พุทธศักราช 2473 มาตรา 37 · ทนอย Thanoy