พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2561
มาตรา 10
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2561 มาตรา 10 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นส่วนที่ ๕/๑ การรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและระบบการเงิน มาตรา ๔๓/๑ มาตรา ๔๓/๒ มาตรา ๔๓/๓ มาตรา ๔๓/๔ มาตรา ๔๓/๕ มาตรา ๔๓/๖ มาตรา ๔๓/๗ มาตรา ๔๓/๘ และมาตรา ๔๓/๙ ของหมวด ๖ การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ ธปท. แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ "ส่วนที่ ๕/๑ การรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและระบบการเงิน มาตรา ๔๓/๑ ให้ ธปท. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน มีอำนาจเสนอแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในกรณีที่มีเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้ (๑) สถาบันการเงินประสบปัญหาสภาพคล่องอันอาจมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโดยรวม และการให้ความช่วยเหลือตามมาตรา ๔๒ อาจไม่เพียงพอ (๒) สถาบันการเงินมีฐานะและการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน แต่ไม่สามารถแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๐ แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ และ ธปท. เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขเพื่อป้องกันผลกระทบหรือความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโดยรวม (๓) สถาบันการเงินประสบปัญหาดำรงเงินกองทุนต่ำกว่าอัตราที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และ ธปท. ยังไม่สั่งควบคุมหรือสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น เพราะเห็นว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโดยรวม (๔) เมื่อมีคำสั่งควบคุมสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินแล้ว แต่ ธปท. เห็นว่ามีความจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโดยรวม (๕) เมื่อ ธปท. เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและสถาบันการเงินไม่สามารถแก้ไขปัญหาหรือป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้เองอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโดยรวม มาตรา ๔๓/๒ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา ๔๓/๑ แล้ว ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินดำเนินการตามแผนที่ได้รับอนุมัติดังกล่าว โดยให้มีอำนาจกระทำกิจการดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ซื้อหรือเข้าถือหุ้นในสถาบันการเงิน (๒) ซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือรับโอนสิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงิน (๓) ก่อภาระผูกพันที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน (๔) ให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินโดยมีหรือไม่มีหลักประกัน (๕) ให้ความช่วยเหลือทางการเงินลักษณะอื่นใดแก่สถาบันการเงิน (๖) กระทำการอย่างอื่นที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องในการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน มาตรา ๔๓/๓ การโอนสิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงินตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา ๔๓/๑ ไม่จำต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตามมาตรา ๓๐๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ไม่ตัดสิทธิของลูกหนี้ที่จะยกข้อต่อสู้ตามมาตรา ๓๐๘ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในกรณีที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงินตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีการฟ้องบังคับเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องดังกล่าวเป็นคดีอยู่ในศาล ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนในคดีดังกล่าว และอาจนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดงคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้ว ถามค้านพยานที่สืบมาแล้ว และคัดค้านพยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้วได้ แต่หากการคัดค้านหรือถามค้านพยานดังกล่าวจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่คู่ความ ศาลอาจไม่อนุญาตก็ได้ และในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้วก็ให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น มาตรา ๔๓/๔ ในกรณีที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา ๔๓/๑ ให้บรรลุผล ธปท. อาจให้กู้ยืมเงินแก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือรัฐบาลอาจค้ำประกันการกู้ยืมเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินก็ได้ มาตรา ๔๓/๕ เมื่อมีการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา ๔๓/๑ แล้ว ให้สถาบันการเงินทุกแห่งนำส่งเงินให้แก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นอัตราร้อยละต่อปีของยอดเงินที่สถาบันการเงินได้รับจากประชาชน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แต่เมื่อรวมกับเงินที่กำหนดให้สถาบันการเงินนำส่งเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากและเงินที่กำหนดให้สถาบันการเงินนำส่งแก่ ธปท. ตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละหนึ่งต่อปีของยอดเงินที่สถาบันการเงินได้รับจากประชาชน ทั้งนี้ มิให้นำมาตรา ๔๙ วรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. ๒๕๕๑ มาบังคับใช้กับการนำส่งเงินดังกล่าว สถาบันการเงินใดไม่นำส่งเงินหรือนำส่งไม่ครบภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินที่ไม่นำส่งหรือนำส่งไม่ครบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด มาตรา ๔๓/๖ เงินที่สถาบันการเงินนำส่งและเงินเพิ่มตามมาตรา ๔๓/๕ และเงินที่ได้รับตามมาตรา ๔๓/๘ รวมถึงดอกผลของเงินดังกล่าว ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจัดสรรใช้คืนเงินที่ได้กู้ยืมมาจาก ธปท. หรือเงินที่ได้กู้ยืมมาจากแหล่งอื่น รวมทั้งดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมดังกล่าว ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา ๔๓/๑ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด มาตรา ๔๓/๗ ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจัดทำบัญชีการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา ๔๓/๑ โดยแยกจากบัญชีอื่นของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน การจัดทำบัญชีตามวรรคหนึ่งและการแสดงรายการในงบการเงิน ให้จัดทำแยกสำหรับการดำเนินการตามแผนเป็นแต่ละแผนไป มาตรา ๔๓/๘ ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้ภาระการให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา ๔๓/๑ ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเสร็จสิ้นภายในเวลาอันสมควร ธปท. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงินอาจเสนอขอให้รัฐบาลชดเชยภาระของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินในการให้ความช่วยเหลือแก่สถาบันการเงินก็ได้ มาตรา ๔๓/๙ บรรดาเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่คงเหลือเนื่องมาจากการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา ๔๓/๑ ในแต่ละแผน ให้นำส่งกระทรวงการคลังตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด"ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดมาตรการและกลไกในการกำกับดูแลการประกอบกิจการของสถาบันการเงินเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศในกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่เนื่องจากระบบการเงินของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการและกลไกเพิ่มเติมเพื่อเป็นเครื่องมือรองรับการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเงินของสถาบันการเงินและรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโดยรวม โดยมีหน่วยงานรองรับการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยโดยเพิ่มมาตรการดังกล่าว รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้