พระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2502
มาตรา 13
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2502 มาตรา 13 บรรษัทต้องไม่ลงเงินในภารธุระใด ๆ หรือประกอบธุรกิจอย่างอื่นใดกับห้างหรือภารธุระใดที่กรรมการของบรรษัทเป็นหุ้นส่วนหรือเป็นกรรมการหรือเป็นผู้ถือหุ้น หรือมีส่วนได้เสียอย่างอื่นอยู่ด้วยไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นไว้แต่การลงเงินหรือประกอบธุรกิจนั้น จะได้รับอนุมัติเป็นเอกฉันท์จากกรรมการคนอื่น ๆ ของบรรษัท เมื่อกรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียดังกล่าวแล้ว กรรมการผู้นั้นต้องเปิดเผยต่อที่ประชุมคณะกรรมการว่าตนมีส่วนได้เสียอย่างใด ในกรณีที่มีส่วนได้เสียอยู่แล้ว ให้เปิดเผยในคราวประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องการจะลงเงินหรือจะประกอบธุรกิจนั้น หรือถ้ากรณีเป็นอย่างอื่นก็ให้เปิดเผยในคราวประชุมแรกหลังจากที่ตนได้มาซึ่งส่วนได้เสียนั้น แต่ถ้ากรรมการผู้ใดได้ให้คำบอกกล่าวไว้แล้วเป็นการทั่วไป โดยระบุว่าตนเป็นหุ้นส่วนในห้างใด หรือเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นในภารธุระใด หรือมีส่วนได้เสียอย่างอื่นในห้างหรือภารธุระใดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ก็ให้ถือว่าคำบอกกล่าวนั้นเป็นการเปิดเผยเพียงพอตามมาตรานี้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3427/2553
โจทก์เป็นนิติบุคคลของประเทศอังกฤษมอบหมายให้บริษัท ท. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นตัวแทนติดต่อจำเลยที่ประเทศไทยเพื่อประกันภัยอุปกรณ์สำหรับการถ่ายทอดโทรทัศน์ของโจทก์ เมื่อคู่สัญญามิได้แสดงเจตนาให้ใช้กฎหมายของประเทศใดบังคับแก่สัญญาโดยชัดแจ้ง แต่โจทก์มี ภ. ซึ่งเป็นผู้จัดการของบริษัท ท. เป็นตัวแทนในการติดต่อทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยในประเทศไทยการที่จำเลยตกลงรับประกันภัยและส่งกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่บริษัท ท. ต้องถือว่าสัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทำหรือเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงต้องนำกฎหมายไทย