พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
มาตรา 132/2
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 132/2 ในการให้ความช่วยเหลือตามมาตรา ๑๓๒/๑ ให้สำนักงานกระทำได้ตามความจำเป็น ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ในกรณีถูกฟ้องคดีแพ่ง ได้แก่ (ก) การมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ต่างให้ การจัดหาทนายความให้หรือการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความ (ข) การสนับสนุนค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี (๒) ในกรณีถูกร้องทุกข์ ถูกกล่าวโทษ ถูกดำเนินคดี หรือถูกฟ้องคดีอาญา ได้แก่ (ก) กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ ได้แก่ การส่งข้อมูลและมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ ไปให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการเพื่อประกอบการพิจารณา โดยให้ถือว่าข้อมูลและมติที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ข) กรณีถูกฟ้องคดีอาญาในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ได้แก่ การมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ต่างให้ การจัดหาทนายความให้ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความ หรือการขอให้พนักงานอัยการเข้าแก้ต่างให้ (ค) กรณีถูกฟ้องคดีอาญาและผู้ได้รับความช่วยเหลืออยู่ในอำนาจของศาล ได้แก่ การแจ้งมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ ให้ศาลทราบ และให้รวมไว้ในสำนวนเพื่อประกอบการพิจารณาทั้งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและในชั้นพิจารณาพิพากษา (ง) การสนับสนุนค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี (จ) การช่วยเหลือในการปล่อยชั่วคราว (๓) ในกรณีถูกดำเนินการทางวินัย ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งมติที่วินิจฉัยว่าบุคคลดังกล่าวได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๑๓๒ ไปให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยทราบ และให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวยุติการดำเนินการทางวินัยในเรื่องนั้นทันที เมื่อมีการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ต่างให้ตาม (๑) (ก) หรือ (๒) (ข) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีอำนาจแก้ต่างในศาลได้เช่นเดียวกับทนายความ ในกรณีที่พนักงานอัยการเห็นสมควรรับแก้ต่างให้ตาม (๒) (ข) ให้พนักงานอัยการมีอำนาจแก้ต่างได้ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือ การขอรับความช่วยเหลือ และการยกเลิกการให้ความช่วยเหลือตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ในกรณีที่ต้องมีการใช้จ่ายเงิน ให้จ่ายจากเงินกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ