พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535
มาตรา 125
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 มาตรา 125 ให้บรรดากฎกระทรวง ประกาศ หรือเงื่อนไขในการอนุญาตที่ออกหรือกำหนด ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ประกาศ หรือเงื่อนไขที่ออกหรือกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีอัตราค่าธรรมเนียม (๑) คำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ๒๐๐,๐๐๐บาท (๒) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยทุกประเภท๒,๐๐๐,๐๐๐บาท (๓) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยกรณีการควบบริษัท ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยไม่ครบทุกประเภท ๑,๖๐๐,๐๐๐บาท (๕)ใบอนุญาตให้เปิดสาขาของบริษัท ๘๐,๐๐๐บาท (๖) การอนุญาตให้ย้ายสำนักงานใหญ่หรือสาขา ๒๐,๐๐๐บาท (๗) ค่าสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทน ประกันวินาศภัยหรือนายหน้าประกันวินาศภัย ๔๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย ๘๐๐ บาท (๙) ใบอนุญาตให้นิติบุคคลเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ๔๐,๐๐๐บาท (๑๐)ใบอนุญาตให้บุคคลธรรมดาเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ๘๐๐ บาท (๑๑) คำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย ๕๐๐ บาท (๑๒) คำขอรับใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ๕๐๐ บาท (๑๓) ใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย ๒๐,๐๐๐ บาท (๑๔) ใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ๒๐,๐๐๐ บาท (๑๕) ใบแทนใบอนุญาตทุกชนิด ๔๐๐ บาท (๑๖)ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับการประกอบธุรกิจ ประกันวินาศภัยทุกประเภท ๒๐๐,๐๐๐บาท (๑๗) ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับการประกอบธุรกิจ ประกันวินาศภัยไม่ครบทุกประเภท ๑๖๐,๐๐๐บาท (๑๘) การให้ต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย ประเภท ๑ ปี ๔๐๐ บาท (๑๙) การให้ต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย ประเภท ๕ ปี๒,๐๐๐บาท (๒๐) การให้ต่ออายุใบอนุญาตให้นิติบุคคลเป็นนายหน้า ประกันวินาศภัย ประเภท ๑ ปี ๑๒,๐๐๐บาท (๒๑) การให้ต่ออายุใบอนุญาตให้นิติบุคคลเป็นนายหน้า ประกันวินาศภัย ประเภท ๕ ปี ๖๐,๐๐๐บาท (๒๒) การให้ต่ออายุใบอนุญาตให้บุคคลธรรมดา เป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ประเภท ๑ ปี ๔๐๐ บาท (๒๓)การให้ต่ออายุใบอนุญาตให้บุคคลธรรมดา เป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ประเภท ๕ ปี ๒,๐๐๐บาท (๒๔) การให้ต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย ๑๒,๐๐๐ บาท (๒๕) การให้ต่ออายุใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ๑๒,๐๐๐ บาท (๒๖) การขอตรวจดูเอกสาร ครั้งละ ๑๐๐ บาท (๒๗) การคัดหรือรับรองสำเนาเอกสาร หน้าละ ๑๐๐ บาท (๒๘)คำขอรับความเห็นชอบในแบบและข้อความแห่ง กรมธรรม์ประกันภัย เอกสารประกอบหรือแนบท้าย กรมธรรม์ประกันภัย แบบละ ๔,๐๐๐บาท (๒๙) คำขอรับความเห็นชอบการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย แบบละ ๔,๐๐๐ บาทหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยฉบับปัจจุบันได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มีบทบัญญัติหลายประการไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังขยายตัวในปัจจุบันและในอนาคตประกอบกับได้มีการเปลี่ยนฐานะของสำนักงานประกันภัยเป็นกรมการประกันภัย ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจประกันวินาศภัยสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยให้มีความคล่องตัวและสามารถอำนวยประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัยเพิ่มขึ้นตลอดจนควรกำหนดขอบเขตอำนาจและหน้าที่ของนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่เสียใหม่ เพื่อให้สามารถควบคุมและกำกับดูแลกิจการธุรกิจประกันวินาศภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ พระราชบัญญัติประกันวินาศภัยพ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๓๕และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐และบรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่งที่ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าวให้คงใช้บังคับต่อไป ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์แห่งการนำพระราชบัญญัติกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่งตามวรรคหนึ่งมาใช้บังคับให้คำบางคำในพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งนั้นมีความหมาย ดังต่อไปนี้ (๑)ในพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ คำว่า"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์" ในมาตรา ๕ ให้หมายความถึง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง" คำว่า"รัฐมนตรี" ในมาตรา ๗ วรรคสาม มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา๒๘ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๒มาตรา ๗๗ และมาตรา ๘๘ ให้หมายความถึง"คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"อธิบดีกรมการประกันภัย" ในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๑๐ วรรคสี่ ให้หมายความถึง"เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"นายทะเบียน" ในมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๔มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๗ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ มาตรา๖๖ มาตรา ๖๘ วรรคสอง และมาตรา ๗๐ ให้หมายความถึง"คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"กรมการประกันภัย" ในมาตรา ๖๑ มาตรา ๘๒ มาตรา ๑๐๙ และมาตรา ๑๑๐ ให้หมายความถึง"สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"คณะกรรมการ" ในมาตรา ๓๑ (๑๗) ให้หมายความถึง "คณะกรรมการบริษัท" คำว่า"คณะกรรมการ" ในมาตรา ๑๑๑ ให้หมายความถึง "คณะกรรมการเปรียบเทียบ" (๒)ในพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๓๕ คำว่า"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์" ในมาตรา ๖ ให้หมายความถึง"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง" คำว่า"รัฐมนตรี" ในมาตรา ๘ วรรคสาม มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๗ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา๒๘ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๗ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๕มาตรา ๖๗ มาตรา ๘๒ และมาตรา ๙๓ ให้หมายความถึง"คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"อธิบดีกรมการประกันภัย" ในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๑๖ ให้หมายความถึง"เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า "นายทะเบียน"ในมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๕๑ มาตรา ๖๘ มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๓ วรรคสอง มาตรา ๗๕และมาตรา ๗๗ ให้หมายความถึง "คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า "กรมการประกันภัย"ในมาตรา ๖๖ มาตรา ๘๗ มาตรา ๑๑๕ และมาตรา ๑๑๖ ให้หมายความถึง"สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"คณะกรรมการ" ในมาตรา ๓๓ (๑๖) ให้หมายความถึง "คณะกรรมการบริษัท" คำว่า"คณะกรรมการ" ในมาตรา ๕๗ ให้หมายความถึง "คณะกรรมการควบคุมบริษัท" คำว่า"คณะกรรมการ" ในมาตรา ๑๑๗ ให้หมายความถึง "คณะกรรมการเปรียบเทียบ" (๓)ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ คำว่า"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์" ในมาตรา ๕ ให้หมายความถึง"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง" คำว่า"รัฐมนตรี" ในมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๖ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๔ ให้หมายความถึง"คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"ปลัดกระทรวงพาณิชย์" ในมาตรา ๖ ให้หมายความถึง "ปลัดกระทรวงการคลัง" คำว่า"อธิบดีกรมการประกันภัย" ในมาตรา ๑๐ ทวิ วรรคหก ให้หมายความถึง"คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า "อธิบดีกรมการประกันภัย"ในมาตรา ๔ มาตรา ๖ และมาตรา ๑๐ ทวิ วรรคสาม ให้หมายความถึง"เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"กรมการประกันภัย" ในมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔ ให้หมายความถึง"สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คำว่า"ผู้แทนกระทรวงการคลัง" ในมาตรา ๖ ให้หมายความถึง "ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์" มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยที่ปัจจุบันการประกอบธุรกิจประกันภัยได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วรูปแบบการประกันภัยมีความหลากหลายมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้หลายหมื่นล้านบาทในแต่ละปีและผู้เอาประกันภัยได้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอย่างมากการประกอบธุรกิจประกันภัยจึงมีลักษณะเป็นธุรกรรมทางการเงินประเภทหนึ่งซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศและต่อผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้บริโภคองค์กรกำกับดูแลการประกอบธุรกิจประกันภัยจึงต้องมีความคล่องตัวเพื่อให้ทันต่อพัฒนาการของธุรกิจนี้และต้องมีอิสระในการดำเนินงานเพื่อให้การกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยเป็นไปตามหลักวิชาการด้านการประกันภัยแต่การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจประกันภัยในปัจจุบันเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมการประกันภัยกระทรวงพาณิชย์ซึ่งไม่สอดคล้องกับลักษณะของการประกอบธุรกิจประกันภัยที่เป็นธุรกรรมทางการเงินที่ควรอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลังนอกจากนี้ กรมการประกันภัยมีฐานะเป็นส่วนราชการจึงไม่มีความคล่องตัวและขาดความเป็นอิสระในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจประกันภัยดังนั้นเพื่อให้การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจประกันภัยและการคุ้มครองสิทธิของผู้เอาประกันภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพกรณีจึงสมควรให้มีคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยที่มีความเป็นอิสระและคล่องตัวในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยขึ้นเป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้