พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
มาตรา 53/18
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 53/18 ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับแก่ผู้รับสัญญาจ้างบริการได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในหมวดนี้ ดังต่อไปนี้ (๑) บทบัญญัติในหมวด ๑ บททั่วไป เว้นแต่มาตรา ๖ และมาตรา ๑๓ มิให้นำมาใช้บังคับ (๒) บทบัญญัติในหมวด ๒ คณะกรรมการปิโตรเลียม เว้นแต่มาตรา ๑๖ (๓) และ (๔) มิให้นำมาใช้บังคับ (๓) บทบัญญัติในหมวด ๓ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ให้นำมาใช้บังคับเฉพาะมาตรา ๒๒ (๑) (๘) และ (๑๒) มาตรา ๒๒/๑ (๒) (๓) (๔) และ (๕) มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๒ ทวิ และมาตรา ๔๔ (๔) บทบัญญัติในหมวด ๔ การเก็บรักษาและขนส่งปิโตรเลียม (๕) บทบัญญัติในหมวด ๖ ประโยชน์ สิทธิ และหน้าที่ของผู้รับสัมปทาน เว้นแต่มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ มาตรา ๗๑ มาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ มิให้นำมาใช้บังคับ (๖) บทบัญญัติในหมวด ๘ บทกำหนดโทษ เว้นแต่มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๙ ทวิ และมาตรา ๑๑๐ มิให้นำมาใช้บังคับ ที่ใดในบทบัญญัติตามวรรคหนึ่งที่บัญญัติถึง "สัมปทาน" "ผู้รับสัมปทาน" "ผู้ขอสัมปทาน" และ "ให้สัมปทาน" ให้หมายถึง "สัญญาจ้างบริการ" "ผู้รับสัญญาจ้างบริการ" "ผู้ขอเป็นผู้รับสัญญาจ้างบริการ" และ"ให้เป็นผู้รับสัญญาจ้างบริการ" ตามลำดับ