พระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532
มาตรา 5
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532 มาตรา 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และให้มีหน้าที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และความเห็นแก่รัฐมนตรีในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) การให้สัมปทานตามมาตรา ๒๓ (๒) การต่อระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมตามมาตรา ๒๕ (๓) การต่อระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมตามมาตรา ๒๖ (๔) การขยายอายุสัมปทานตามมาตรา ๒๗ และมาตรา ๕๒ ทวิ (๕) การอนุญาตให้ผู้รับสัมปทานรับบริษัทอื่นเข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมตามมาตรา ๔๗ (๖) การอนุญาตให้โอนสัมปทานตามมาตรา ๕๐ (๗) การเพิกถอนสัมปทานตามมาตรา ๕๑ (๘) การสั่งให้ผู้รับสัมปทานจัดหาปิโตรเลียมเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๖๐ (๙) การห้ามส่งปิโตรเลียมออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๖๑ (๑๐) การสั่งให้ผู้รับสัมปทานเสียค่าภาคหลวงเป็นปิโตรเลียมตามมาตรา ๘๓ (๑๑) การรับชำระค่าภาคหลวงเป็นเงินตราต่างประเทศตามมาตรา ๘๗ (๑๒) การลดหย่อนค่าภาคหลวงให้แก่ผู้รับสัมปทานตามมาตรา ๙๙ ทวิ และมาตรา ๙๙ ตรี (๑๓) เรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 7574/2559
จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานและเหตุที่พนักงานจะต้องพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจและพนักงานทุกคนตามวันที่บทกฎหมายดังกล่าวกำหนด กฎหมายดังกล่าวมิใช่เป็นบทกฎหมายกำหนดความผิดที่มีโทษในทางอาญาที่จะต้องใช้ขณะกระทำความผิดและต้องห้ามมิให้ใช้บังคับย้อนหลังไปก่อนการกระทำควา