ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495

มาตรา 23

ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 มาตรา 23 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๘ ให้พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาทหารซึ่งได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ไว้เพื่อการสอบสวนและได้ควบคุมตัวอยู่ในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา คงมีอำนาจควบคุมตัวไว้เพื่อการสอบสวนต่อไปอีกเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าวนี้แล้วยังมิได้ยื่นฟ้องต่อศาล ก็ให้ปล่อยตัวไป มาตรา ๑๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่าในปัจจุบันภัยของคอมมิวนิสต์ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สมควรปรับปรุงเพิ่มเติมมาตรการการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้รัดกุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เสียใหม่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๗๘ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๕โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ได้ผลดียิ่งขึ้น จึงควรแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพเมื่อมีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานหรือระหว่างที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ข้อ ๒ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๒๕ ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙โดยที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเห็นว่า ภาวะของบ้านเมืองในขณะนี้กำลังเผชิญกับภัยที่คุกคามต่อความมั่นคงของชาติ และมีการกระทำที่เป็นการบ่อนทำลายสถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขประกอบกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมและไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ทั้งมีช่องว่างของกฎหมายที่อาจทำให้ผู้กระทำความผิดหลุดพ้นจากการต้องรับโทษได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของบ้านเมือง ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน ข้อ ๑๕ บรรดาคำสั่ง ประกาศ และกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ข้อ ๑๖ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ให้อำนาจหน้าที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เฉพาะในเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์เท่านั้น ซึ่งในบางครั้งการปราบปรามคอมมิวนิสต์ต้องกระทำนอกเขตดังกล่าว สมควรยกเลิกเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้เหมาะสมโดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค และผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด ให้มีการประสานงาน และมีการควบคุมการใช้อำนาจ ตลอดจนการวางเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การใช้อำนาจให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ รวมทั้งจำกัดการใช้อำนาจดังกล่าวให้อยู่ภายในขอบเขตของกฎหมายด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 15564/2558

พ.ศ. 2558

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 มาตรา 23 · ทนอย Thanoy