ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522

มาตรา 12

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๒๕ ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๒๑ ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งทางราชการมีคำสั่งให้ปฏิบัติการปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีเขตอำนาจปฏิบัติการในฐานะที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือในฐานะที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แล้วแต่กรณี ทั่วราชอาณาจักร ภายใต้บังคับมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๕ ตรี มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๖ ทวิ และมาตรา ๒๐ ให้ผู้ซึ่งทางราชการมีคำสั่งให้ปฏิบัติการปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้มีเขตอำนาจปฏิบัติการทั่วราชอาณาจักร มาตรา ๒๒ ในกรณีที่มีความตายของบุคคลใดซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือมูลเหตุแห่งการตายของบุคคลดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการในทางปราบปรามตามมาตรา ๑๖ ทวิ หรือในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ตามมาตรา ๑๗ โดยการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานสอบสวนหรือนายทหารสัญญาบัตรที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ กับเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขประจำท้องที่ หรือแพทย์ประจำตำบล หรืออนามัยจังหวัด หรือแพทย์ประจำสถานีอนามัย หรือแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือแพทย์ทหาร หรือเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ทหารที่ปฏิบัติราชการอยู่ในท้องที่นั้น เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว และให้ทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรนั้นไว้ ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนหรือนายทหารสัญญาบัตรที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายแจ้งแก่ผู้มีหน้าที่ไปทำการชันสูตรพลิกศพทราบ เมื่อได้มีการชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้ส่งบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรนั้นไปยังพนักงานสอบสวน และให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าเป็นกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพไปยังอธิบดีกรมอัยการและให้อธิบดีกรมอัยการมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ถ้าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพไปยังกรมพระธรรมนูญ และให้เจ้ากรมพระธรรมนูญมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หากปรากฏว่าการชันสูตรพลิกศพตามวรรคหนึ่ง จะเป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์หรือจะเป็นอันตรายแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้กระทำการตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว จะไม่ทำการชันสูตรพลิกศพก็ได้ แต่ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด หรือผู้ที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดมอบหมายโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคหรือของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ทำบันทึกเหตุนั้นไว้ แล้วส่งบันทึกไปยังพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและดำเนินการตามวรรคสาม"ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ให้อำนาจหน้าที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เฉพาะในเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์เท่านั้น ซึ่งในบางครั้งการปราบปรามคอมมิวนิสต์ต้องกระทำนอกเขตดังกล่าว สมควรยกเลิกเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้เหมาะสมโดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค และผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด ให้มีการประสานงาน และมีการควบคุมการใช้อำนาจ ตลอดจนการวางเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การใช้อำนาจให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ รวมทั้งจำกัดการใช้อำนาจดังกล่าวให้อยู่ภายในขอบเขตของกฎหมายด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 11570/2553

พ.ศ. 2553

พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 12 · ทนอย Thanoy