พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522
มาตรา 6
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 6 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๒๕ ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๑๖ ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปขึ้นคนหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่สั่งการและควบคุมดูแลให้กิจการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ได้ประสานงานกันและเป็นไปโดยเรียบร้อยในทุกจังหวัดและทุกภาคและมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นใดให้ช่วยเหลือปฏิบัติการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปได้ อำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นตามวรรคหนึ่ง จะมอบหมายให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคหรือผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นแทนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก็ได้ ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคในท้องที่ทั่วราชอาณาจักร และให้มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดและผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค รวมทั้งมีอำนาจในการสั่งการแก้ไขหรือยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดและผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค เว้นแต่การสั่งการตามมาตรา ๑๕ ตรี (๒) (๔) หรือ (๖) ซึ่งจะให้มีผลใช้บังคับทั่วราชอาณาจักร ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีก่อน ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปที่สั่งการตามวรรคสาม หรือขัดขวางการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปที่สั่งการตามวรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"