พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556
มาตรา 10
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 10 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้ได้ เพียงแต่แจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ การดำเนินการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามวรรคหนึ่ง ย่อมไม่ตัดอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่จะดำเนินการ (๑) ไต่สวนข้อเท็จจริงเอง ในกรณีเช่นว่านี้ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบส่งสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานที่ได้มาจากการสอบสวนเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติอาจถือสำนวนการสอบสวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ หรือ (๒) มอบหมายให้พนักงานไต่สวนตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเข้าร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 737/2475
จำเลยเป็นคนในบังคับพยามปล้นทรัพย์ในดินแดนฝรั่งเศส วิธีพิจารณาอาชญา ทำผิดในเมืองต่างประเทศลงโทษในศาลสยามคดีนี้จำเลยเป็นคนในบังคับสยามได้ปล้นกระบือของนายแมวในดินแดนรัฐบาลฝรั่งเศษ ศาลในประเทศสยามจะมีอำนาจลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ศาลฎีกาตัดสินว่า จำเลยจะถูกลงโทษได้ต้องประกอบด้วยเหตุ ๔ ประการ ตามกฎหมายลักษณอาชญามาตรา ๑๐ ข้อ ๔ เรื่องนี้เหตุประกอบมีอยู่ครบถ้วนแล้ว ส่วนข้อที่จำเลยคัดค้านกฎหมายฝรั่งเศสมิได้บัญญัติถึงเรื่องปล้น มีแต่เรื่องลักแลกำหนดโทษเบาต่างกันนั้น ศาลควรวางโทษฐานลักทรัพย์อันเป็นโทษเบาแก่จำเ