พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2520
มาตรา 3
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2520 มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๔ การเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุกให้เรียกเก็บจากราคาโลหะดีบุกดังนี้ (๑) ถ้าราคาตลาดของโลหะดีบุกในแร่ต่อ ๖๐ กิโลกรัม เกินกว่าสามพันบาทให้เรียกเก็บในอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องกำหนดเป็นขั้น ๆ และขั้นสูงสุดต้องไม่เกินกว่าร้อยละหกสิบของราคาตลาดที่เกินกว่าสามพันบาท (๒) ถ้าราคาตลาดของโลหะดีบุกในแร่ต่อ ๖๐ กิโลกรัม ไม่เกินสามพันบาทให้ยกเว้นไม่ต้องเรียกเก็บค่าภาคหลวง"ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ดีบุกที่กำหนดไว้มีอัตราเดียวซึ่งไม่เหมาะสมแก่สถานการณ์ปัจจุบัน เพราะรัฐไม่อาจลดค่าภาคหลวงแร่ดีบุกให้แก่ผู้ผลิตในช่วงที่แร่ดีบุกมีราคาตกต่ำและไม่อาจเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุกเพิ่มขึ้นในช่วงที่แร่ดีบุกมีราคาสูงขึ้นได้ สมควรปรับปรุงพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ดีบุกเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยกำหนดพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ดีบุกขั้นสูงไว้เพื่อให้รัฐสามารถเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุกในอัตราที่เหมาะสมกับราคาตลาดที่ขึ้นลงได้จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น