ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522

มาตรา 3

ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๖ การเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่อื่น ๆ ให้เรียกเก็บตามชนิด สภาพร้อยละของโลหะหรือของสารประกอบในแร่ หรือลักษณะพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินกว่าอัตราร้อยละยี่สิบของราคาตลาด ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าการเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่สำหรับแร่บางชนิดตามอัตราร้อยละของราคาตลาดตามวรรคหนึ่งไม่เหมาะสม ให้รัฐมนตรีกำหนดการเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่โดยวิธีประเมินหรือวิธีอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าอัตราร้อยละสามสิบของราคาตลาด มาตรา ๗ สภาพ ร้อยละของโลหะหรือของสารประกอบในแร่หรือลักษณะพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง ของแร่แต่ละชนิด ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ วิธีการกำหนดราคาตลาด การใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินในการคำนวณราคาตลาด และวิธีการควบคุมการชำระค่าภาคหลวงแร่ ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง มาตรา ๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๖ วรรคสอง ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีประกาศราคาตลาดของแร่แต่ละชนิดเป็นครั้งคราวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง"ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่อื่น ๆ ที่มิใช่แร่ดีบุก และที่มิใช่แร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ ได้กำหนดวิธีการเรียกเก็บค่าภาคหลวงโดยถือตามอัตราร้อยละของราคาตลาดอย่างเดียวจึงไม่เหมาะสมแก่สถานการณ์ในปัจจุบันซึ่งมีการผลิตแร่รัตนชาติและแร่ราคาต่ำชนิดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น สมควรปรับปรุงพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่สำหรับแร่เหล่านี้ให้เหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 3 · ทนอย Thanoy