ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542

มาตรา 94

ยังไม่ยืนยันสถานะหมวด ๘ บทกำหนดโทษ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 มาตรา 94 ผู้ใดประกอบธุรกิจการให้บริการชั่งตวงหรือวัดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะประกอบธุรกิจดังกล่าวต่อไป ให้แจ้งการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๗ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อได้แจ้งการประกอบธุรกิจแล้วให้ถือว่าผู้นั้นได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัตินี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีบัญชีมาตราชั่งตวงวัดตามมาตรา ๙ ก. มาตราชั่งตวงวัดในระบบเมตริก (๑) หน่วยมูลฐานของความยาวให้เป็นเมตร คือ ความยาวของทางเดินของแสงในสุญญากาศในช่วงเวลา ๑ ใน ๒๙๙,๗๙๒,๔๕๘ ของหนึ่งวินาที ให้จำนวนหน่วยของความยาวเป็นดังต่อไปนี้ ชื่ออัตราอักษรย่อ กิโลเมตรเท่ากับ พันเมตรกม. เฮกโตเมตรเท่ากับ ร้อยเมตรฮม.เดคาเมตรเท่ากับ สิบเมตรดคม. เมตรเท่ากับ หนึ่งเมตรม. เดซิเมตรเท่ากับ หนึ่งในสิบของหนึ่งเมตรดม. เซนติเมตรเท่ากับ หนึ่งในร้อยของหนึ่งเมตรซม. มิลลิเมตรเท่ากับ หนึ่งในพันของหนึ่งเมตรมม. ไมโครเมตรเท่ากับ หนึ่งในล้านของหนึ่งเมตรมคม. (๒) หน่วยของพื้นที่ให้เป็นตารางเมตร คือพื้นที่ตารางเหลี่ยมมีด้านกว้างยาวด้านละหนึ่งเมตร ให้จำนวนหน่วยของพื้นที่เป็นดังต่อไปนี้ ชื่ออัตราอักษรย่อ ตารางกิโลเมตรเท่ากับ ล้านตารางเมตรกม.๒ ตารางเฮกโตเมตรเท่ากับ หมื่นตารางเมตรฮม.๒ ตารางเดคาเมตรเท่ากับ ร้อยตารางเมตรดคม.๒ ตารางเมตรเท่ากับ หนึ่งตารางเมตรม.๒ ตารางเดซิเมตรเท่ากับหนึ่งในร้อยของหนึ่งตารางเมตรดม.๒ ตารางเซนติเมตรเท่ากับ หนึ่งในหมื่นของหนึ่งตารางเมตรซม.๒ ตารางมิลลิเมตรเท่ากับ หนึ่งในล้านของหนึ่งตารางเมตรมม.๒ (๓) หน่วยของปริมาตรให้เป็นลูกบาศก์เมตร คือ ปริมาตรที่บรรจุอยู่ในลูกบาศก์ มีด้านกว้างยาวและสูงด้านละหนึ่งเมตร ให้จำนวนหน่วยของปริมาตรเป็นดังต่อไปนี้ชื่ออัตราอักษรย่อ ลูกบาศก์กิโลเมตรเท่ากับ พันล้านลูกบาศก์เมตรกม.๓ ลูกบาศก์เฮกโตเมตรเท่ากับ ล้านลูกบาศก์เมตรฮม.๓ ลูกบาศก์เดคาเมตรเท่ากับ พันลูกบาศก์เมตรดคม.๓ ลูกบาศก์เมตรเท่ากับ หนึ่งลูกบาศก์เมตรม.๓ ลูกบาศก์เดซิเมตรเท่ากับ หนึ่งในพันของหนึ่งลูกบาศก์เมตรดม.๓ ลูกบาศก์เซนติเมตรเท่ากับหนึ่งในล้านของหนึ่งลูกบาศก์เมตรซม.๓ ลูกบาศก์มิลลิเมตรเท่ากับ หนึ่งในพันล้านของหนึ่งลูกบาศก์เมตรมม.๓ (๔) หน่วยของความจุให้เป็นลิตร คือ ปริมาตรของน้ำบริสุทธิ์หนักหนึ่งกิโลกรัม ณ อุณหภูมิ ๔ องศาเซลเซียส เมื่อความกดบรรยากาศปกติ ให้จำนวนหน่วยของความจุเป็นดังต่อไปนี้ ชื่ออัตราอักษรย่อ กิโลลิตรเท่ากับพันลิตรกล. เฮกโตลิตรเท่ากับ ร้อยลิตรฮล. เดคาลิตรเท่ากับ สิบลิตรดคล. ลิตรเท่ากับ หนึ่งลิตรล. เดซิลิตรเท่ากับ หนึ่งในสิบของหนึ่งลิตรดล. เซนติลิตรเท่ากับ หนึ่งในร้อยของหนึ่งลิตรซล. มิลลิลิตรเท่ากับ หนึ่งในพันของหนึ่งลิตรมล. เพื่อประโยชน์ในการแสดงปริมาตรให้ถือว่าหนึ่งลิตรเท่ากับหนึ่งลูกบาศก์เดซิเมตร(๕)หน่วยมูลฐานของมวลสารให้เป็นกิโลกรัม คือ มวลสารซึ่งเท่ากับมวลสารแบบประถมระหว่างประเทศของกิโลกรัม ให้จำนวนหน่วยของมวลสารเป็นดังต่อไปนี้ ชื่ออัตราอักษรย่อ เมตริกตันเท่ากับ พันกิโลกรัมต. เมตริกควินตันเท่ากับ ร้อยกิโลกรัมควต. กิโลกรัมเท่ากับ หนึ่งกิโลกรัมกก. เฮกโตกรัมเท่ากับหนึ่งในสิบของหนึ่งกิโลกรัมฮก. เดคากรัมเท่ากับ หนึ่งในร้อยของหนึ่งกิโลกรัมดคก. กรัมเท่ากับ หนึ่งในพันของหนึ่งกิโลกรัมก. เดซิกรัมเท่ากับ หนึ่งในหมื่นของหนึ่งกิโลกรัมดก. เซนติกรัมเท่ากับ หนึ่งในแสนของหนึ่งกิโลกรัมซก. มิลลิกรัมเท่ากับ หนึ่งในล้านของหนึ่งกิโลกรัมมก. ไมโครกรัมเท่ากับหนึ่งในพันล้านของหนึ่งกิโลกรัมมคก. เพื่อประโยชน์ในการแสดงน้ำหนัก ให้ถือว่าจำนวนหน่วยของมวลสารแห่งสิ่งใดเป็นจำนวนหน่วยของน้ำหนักแห่งสิ่งนั้น (๖) หน่วยมูลฐานของเวลาให้เป็นวินาที คือ ระยะเวลาเท่ากับ ๙,๑๙๒,๖๓๑,๗๗๐ คาบของการแผ่รังสีที่สมนัยกับการเปลี่ยนระดับไฮเปอร์ไฟน์สองระดับของอะตอมซีเซียม - ๑๓๓ในสถานะพื้นฐาน (๗) หน่วยมูลฐานของกระแสไฟฟ้าให้เป็นแอมแปร์ คือ ปริมาณของกระแสไฟฟ้า ซึ่งถ้ารักษาให้คงที่อยู่ในตัวนำสองเส้นที่มีความยาวอนันต์ มีพื้นที่ภาคตัดขวางกลมเล็กมากจนไม่จำเป็นต้องคำนึงถึง และวางอยู่คู่ขนานห่างกันหนึ่งเมตรในสุญญากาศแล้ว จะทำให้เกิดแรงระหว่างตัวนำทั้งสองเท่ากับ ๒ x ๑๐-๗ นิวตันต่อความยาวหนึ่งเมตร (๘) หน่วยมูลฐานของอุณหภูมิทางเทอร์โมไดนามิกส์ให้เป็นเคลวิน ซึ่งเท่ากับ ๑ ใน ๒๗๓.๑๖ ของอุณหภูมิทางเทอร์โมไดนามิกส์ของจุดสามสภาวะของน้ำ หน่วยเคลวินให้ใช้สำหรับแสดงช่วงอุณหภูมิ หรือความแตกต่างของอุณหภูมิด้วย ในกิจการทั้งปวง ให้ใช้หน่วยอุณหภูมิเป็นองศาเซลเซียสได้อุณหภูมิเป็นองศาเซลเซียสเท่ากับอุณหภูมิทางเทอร์โมไดนามิกส์ลบด้วย ๒๗๓.๑๕ (๙) หน่วยมูลฐานของปริมาณสารให้เป็นโมล คือ ปริมาณสารของระบบที่ประกอบด้วยองค์ประกอบมูลฐาน ซึ่งมีจำนวนเท่ากับจำนวนอะตอมใน ๐.๐๑๒ กิโลกรัม ของคาร์บอน-๑๒ เมื่อใช้โมลต้องระบุองค์ประกอบมูลฐาน ซึ่งอาจจะเป็นอะตอมโมเลกุล ไอออนอิเล็กตรอนอนุภาคอื่น ๆ หรือกลุ่มของอนุภาคตามที่กำหนด (๑๐) หน่วยมูลฐานของความเข้มแห่งการส่องสว่างให้เป็นแคนเดลา คือ ความเข้มแห่งการส่องสว่าง ในทิศทางที่กำหนดให้ของแหล่งกำเนิด ซึ่งแผ่รังสีเอกรงค์ด้วยความถี่ ๕๔๐ x ๑๐๑๒ เฮิรตซ์ และมีความเข้มแผ่รังสีในทิศทางนั้นเท่ากับ ๑ ใน ๖๘๓ วัตต์ ต่อสเตอเรเดียน ข.มาตราชั่งตวงวัดในระบบประเพณีที่เทียบเข้าหาระบบเมตริก (๑) หน่วยของความยาว ชื่ออัตราอักษรย่อ เส้นให้เท่ากับ สี่สิบเมตรส. วาให้เท่ากับ สองเมตรว. ศอกให้เท่ากับ หนึ่งในสองของหนึ่งเมตรศ. คืบให้เท่ากับ หนึ่งในสี่ของหนึ่งเมตรค. (๒) หน่วยของพื้นที่ ชื่ออัตราอักษรย่อ ไร่ให้เท่ากับ พันหกร้อยตารางเมตรร.งานให้เท่ากับ สี่ร้อยตารางเมตรง. ตารางวาให้เท่ากับ สี่ตารางเมตรว.๒ (๓) หน่วยของความจุ ชื่ออัตราอักษรย่อ เกวียนหลวงให้เท่ากับ สองพันลิตรกว. บั้นหลวงให้เท่ากับ พันลิตรบ. สัดหลวงให้เท่ากับ ยี่สิบลิตรส. ทะนานหลวงให้เท่ากับ หนึ่งลิตรท. (๔) หน่วยของน้ำหนัก ชื่ออัตราอักษรย่อ หาบหลวงให้เท่ากับหกสิบกิโลกรัมห. ชั่งหลวง ให้เท่ากับ หกร้อยกรัมช. กะรัตหลวงให้เท่ากับ หนึ่งเมตริกกะรัตหรือยี่สิบเซนติกรัมกร. กะรัตหลวง ให้ใช้สำหรับอัญมณีเท่านั้นหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พระพุทธศักราช ๒๔๖๖ ได้ใช้บังคับมานานแล้ว แม้ว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง แต่บทบัญญัติบางประการยังไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัดเสียใหม่เพื่อลดมาตรการควบคุมของรัฐมาเป็นการกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม อันเป็นการส่งเสริมและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องชั่งตวงวัดมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจในการผลิตเครื่องชั่งตวงวัดเพื่อการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้*พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๘๙ ในพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้แก้ไขคำว่า "กรมทะเบียนการค้า" เป็น "กรมการค้าภายใน" และคำว่า "อธิบดีกรมทะเบียนการค้า" เป็น "อธิบดีกรมการค้าภายใน"หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแล้วและเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้นเพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้าที่ และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดให้ถ่ายโอนภารกิจในการเป็นนายตรวจชั่งตวงวัดให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัดให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นนายตรวจชั่งตวงวัดได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓๒ ให้ยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๓๓ ให้ดำเนินการให้มีคณะกรรมการชั่งตวงวัดตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๓๔ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ อุทธรณ์ที่ได้ยื่นและยังคงค้างพิจารณาอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งด้วย โดยให้พิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ มาตรา ๓๕ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๓๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน สมควรทบทวนและแก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัยเหมาะสมกับสภาพการณ์และความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม โดยคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วและลดภาระของประชาชนการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลเครื่องชั่งตวงวัด การชั่งตวงวัด และสินค้าหีบห่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการเสริมสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าเพื่อช่วยป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้บริการชั่งตวงวัด อันเป็นประโยชน์โดยตรงในการคุ้มครองผู้บริโภครวมทั้งสมควรปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ มาตรา ๓๙ เมื่อพ้นกำหนดสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี ๑ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ เป็นความผิดทางพินัยตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาที่บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าว เป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้รัฐพึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรงประกอบกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายได้กำหนดให้มีการปรับปรุงกฎหมายในการกำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพความผิดหรือกำหนดมาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทำความผิด และฐานะของผู้กระทำความผิดเพื่อมิให้บุคคลต้องรับโทษหนักเกินสมควรหรือต้องรับภาระในการรับโทษที่แตกต่างกันอันเนื่องมาจากฐานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เนื่องจากกรณีที่กฎหมายกำหนดโทษปรับ ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีย่อมสามารถชำระค่าปรับได้ แต่ผู้มีฐานะยากจนและไม่อยู่ในฐานะที่จะชำระค่าปรับได้จะถูกกักขังแทนค่าปรับอันกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรงประกอบกับเมื่อคำนึงถึงข้อห้ามหรือข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชนต้องปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติแล้ว จะพบว่ามีข้อห้ามหรือข้อบังคับจำนวนมากอาจรุกล้ำเข้าไปในสิทธิพื้นฐานหรือสร้างภาระอันเกินสมควรแก่ประชาชน และนับวันจะมีกฎหมายตราออกมากำหนดการกระทำให้เป็นความผิดมากขึ้นหลายกรณีทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้กระทำความผิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางกรณีกระทำไปเพราะความยากจนเหลือทนทาน และเมื่อได้กระทำความผิดแล้ว ก็ต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เช่น ถูกจับกุม คุมขัง พิมพ์ลายนิ้วมือ และลงบันทึกประวัติอาชญากรเป็นประวัติติดตัวตลอดไปและในที่สุดไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ กระบวนการที่กล่าวมาย่อมสร้างรอยด่างให้เกิดแก่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามีทางใดที่จะป้องกันมิให้ประชาชนจะต้องตกเข้าสู่กระบวนการนั้นได้ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคมลงได้ตามสมควรแม้ว่าการกำหนดมาตรการอันเป็นโทษที่ผู้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อให้กฎหมายมีสภาพบังคับ แต่โทษนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้โทษอาญาเสมอไป ซึ่งนานาประเทศได้เริ่มปรับเปลี่ยนบทลงโทษจากความผิดอาญาเป็นมาตรการอื่นที่มิใช่โทษอาญามากขึ้นรวมทั้งการใช้มาตรการอื่นแทนการลงโทษทางอาญา เช่น การคุมประพฤติ กรณีจึงสมควรที่ประเทศไทยจะพัฒนากฎหมายไทยให้สอดคล้องกับนานาประเทศ และเกิดประโยชน์แก่ประชาชนยิ่งขึ้น โดยปรับเปลี่ยนโทษอาญาบางประการที่มุ่งต่อการปรับเป็นเงินตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติเปลี่ยนเป็นมาตรการปรับเป็นพินัยที่สร้างขึ้นใหม่ไม่ให้มีสภาพเป็นโทษอาญา โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ใช้ดุลพินิจกำหนดค่าปรับที่ต้องชำระให้เหมาะสมกับสภาพความร้ายแรงแห่งการกระทำและฐานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำความผิดให้สอดคล้องกัน และในกรณีที่ผู้กระทำความผิดไม่มีเงินชำระค่าปรับอาจขอทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนการชำระค่าปรับได้ โดยไม่มีการกักขังแทนค่าปรับดังเช่นที่เป็นอยู่ในคดีอาญา การเปลี่ยนสภาพบังคับไม่ให้เป็นโทษอาญาโดยกำหนดวิธีการดำเนินการขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะนี้ ย่อมจะช่วยทำให้ประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการทางอาญาและไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัวอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จะเป็นกลไกทางกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๗๗ และมาตรา ๒๕๘ ค. ด้านกฎหมาย (๑)ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย นอกจากนั้น สำหรับกฎหมายบางฉบับที่กำหนดให้มีโทษทางปกครอง แต่บัญญัติให้ฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีอาญาเพื่อบังคับชำระค่าปรับทางปกครองไว้แล้ว สมควรเปลี่ยนโทษดังกล่าวเป็นมาตรการปรับเป็นพินัยเช่นเดียวกันจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้อัตราค่าธรรมเนียม (๑) หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ (ก) การผลิตเครื่องชั่งฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องตวงฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท (ข) การนำเข้าเครื่องชั่งฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องตวงฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดฉบับละ๒๐,๐๐๐ บาท (ค) การขายเครื่องชั่งฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท เครื่องตวงฉบับละ ๓,๐๐๐บาท เครื่องวัดฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (ง) การซ่อมเครื่องชั่งฉบับละ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องตวงฉบับละ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดฉบับละ๑๐,๐๐๐ บาท (จ) การให้บริการชั่งฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (ฉ) การให้บริการตวงฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (ช) การให้บริการวัดฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท (๒) การประกอบธุรกิจ (ก) การผลิตเครื่องชั่งปีละ ๑๐,๐๐๐ บาทเครื่องตวงปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท (ข) การนำเข้าเครื่องชั่งปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องตวงปีละ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัดปีละ๑๐,๐๐๐ บาท (ค) การซ่อมเครื่องชั่งปีละ ๕,๐๐๐ บาท เครื่องตวงปีละ ๕,๐๐๐ บาท เครื่องวัดปีละ ๕,๐๐๐ บาท (ง) การให้บริการชั่งปีละ ๓,๐๐๐ บาท (จ) การให้บริการตวงปีละ ๓,๐๐๐ บาท(ฉ) การให้บริการวัดปีละ ๓,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตให้ผู้ผลิตหรือผู้ซ่อม เป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองปีละ๕๐,๐๐๐ บาท (๔) การต่ออายุใบอนุญาต เท่ากับค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต (๕) การออกใบแทนหนังสือรับรอง การประกอบธุรกิจฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๖) การออกใบแทนใบอนุญาตฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๗)การตรวจสอบและการให้คำรับรองชั้นแรก เครื่องชั่ง (ก) เครื่องชั่ง แสดงน้ำหนักไม่เกิน ๑๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๕๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๑,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๕,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัมแต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๑๐,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๒๐,๐๐๐ บาท (ข) ตุ้มน้ำหนักและตุ้มถ่วง น้ำหนักไม่เกิน ๑๐ กิโลกรัมตุ้มละ ๑๐๐ บาท น้ำหนักเกิน ๑๐ กิโลกรัมตุ้มละ ๒๐๐ บาท เครื่องตวง แสดงปริมาตรไม่เกิน ๑๐๐ ลิตรเครื่องละ ๕๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๑๐๐ ลิตร แต่ไม่เกิน๑,๐๐๐ ลิตรเครื่องละ ๑,๐๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๑,๐๐๐ ลิตร ให้เรียกเก็บ ๑,๐๐๐ ลิตรแรก ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ ลิตรต่อไป ๑,๐๐๐ ลิตรละ ๕๐๐ บาท เศษของ ๑,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเท่ากับ ๑,๐๐๐ ลิตร แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัด (ก) เครื่องวัดความยาว แสดงความยาวไม่เกิน ๑๐ เมตรเครื่องละ ๑๐๐ บาทแสดงความยาวเกิน ๑๐ เมตรเครื่องละ ๕๐๐ บาท (ข) เครื่องวัดปริมาตรเครื่องละ๒๐,๐๐๐ บาท (ค) เครื่องวัดอย่างอื่นเครื่องละ๒๐,๐๐๐ บาท (๘) การตรวจสอบและการให้คำรับรองขั้นหลัง ร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียมตาม (๗) (๙) การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองแต่ไม่มีการออกคำรับรองให้ (ก)การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียม ชั้นแรกตาม (๗) (ข) การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียม ชั้นหลังตาม (๘) (๑๐) การใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไม่เกินอัตราค่าธรรมเนียมตาม (๗) ในการตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง เครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่ (๑๑)การตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัด เครื่องชั่ง (ก) แสดงน้ำหนักไม่เกิน ๑๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๓,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ ๕,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๑๐,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัมแต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๒๐,๐๐๐ บาท แสดงน้ำหนักเกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัมเครื่องละ๔๐,๐๐๐ บาท (ข) ตุ้มน้ำหนัก น้ำหนักไม่เกิน ๑ กิโลกรัมตุ้มละ ๓,๐๐๐ บาท น้ำหนักเกิน ๑ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๒๐ กิโลกรัมตุ้มละ ๔,๐๐๐ บาท น้ำหนักเกิน ๒๐ กิโลกรัมตุ้มละ ๕,๐๐๐ บาท เครื่องตวง แสดงปริมาตรไม่เกิน ๕ลิตรเครื่องละ ๓,๐๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๕ ลิตร แต่ไม่เกิน ๒๐ ลิตรเครื่องละ ๔,๐๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๒๐ ลิตร แต่ไม่เกิน ๑๐๐ ลิตรเครื่องละ ๕,๐๐๐ บาท แสดงปริมาตรเกิน ๑๐๐ ลิตรเครื่องละ๑๐,๐๐๐ บาท เครื่องวัด (ก) เครื่องวัดความยาว แสดงความยาวไม่เกิน ๑๐ เมตรเครื่องละ ๓,๐๐๐ บาท แสดงความยาวเกิน ๑๐เมตรเครื่องละ ๕,๐๐๐ บาท (ข) เครื่องวัดปริมาตรเครื่องละ๔๐,๐๐๐ บาท (ค) เครื่องวัดอย่างอื่นเครื่องละ๔๐,๐๐๐ บาทพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 มาตรา 94 · ทนอย Thanoy