พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523
มาตรา 64
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 มาตรา 64 ในวาระเริ่มแรกที่ยังไม่มีผู้แทนข้าราชการครู (๑) ให้ ก.ค. ประกอบด้วยรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคุรุสภา ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคล ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีมาแล้วจำนวนห้าคน ข้าราชการครูซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวนเจ็ดคน เป็นกรรมการ และให้เลขาธิการ ก.ค. เป็นกรรมการและเลขานุการ (๒) ให้ อ.ก.ค. กรม ประกอบด้วยอธิบดีเป็นประธานอนุกรรมการ รองอธิบดีคนหนึ่งซึ่งอธิบดีมอบหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค. แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการ หรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๗ มาแล้ว จำนวนสามคน เป็นอนุกรรมการ และให้ผู้อำนวยการกองหรือหัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ (๓) ให้ อ.ก.ค. จังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน อนุกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค. แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ จำนวนสามคนเป็นอนุกรรมการ และให้ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ (๔) ให้ อ.ก.ค. กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมายเป็นประธานอนุกรรมการ รองอธิบดีกรมวิชาการหนึ่งคนซึ่งอธิบดีกรมวิชาการมอบหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค. แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า จำนวนสามคน และผู้อำนวยการสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากข้าราชการครูตาม (๑) ให้พ้นจากตำแหน่งในวันที่ประกาศผลการเลือกตั้งข้าราชการครูตามมาตรา ๖๓ และให้นำมาตรา ๑๖ วรรคสาม มาใช้บังคับแก่ อ.ก.ค. กรม ตาม (๒) โดยอนุโลม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 17950/2557
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ