พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559
มาตรา 76
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559 มาตรา 76 ให้นักศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาในสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นนักศึกษาของราชวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ในการจัดการศึกษาของราชวิทยาลัยให้หลักสูตรการศึกษาของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้เป็นหลักสูตรการศึกษาของราชวิทยาลัยต่อไปผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ เพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษาครบห้ารอบเป็นองค์กรภายในของมูลนิธิจุฬาภรณ์โดยมีศาสตราจารย์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เป็นองค์ประธาน ต่อมาศาสตราจารย์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสครบหกรอบพระชนมพรรษาและสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ได้จัดตั้งขึ้นในวโรกาสครบสี่รอบพระชันษาขององค์ประธานมูลนิธิจุฬาภรณ์หน่วยงานทั้งสามหน่วยดังกล่าวได้ทำงานประสานและเกื้อกูลซึ่งกันและกันสร้างคุณูปการแก่ประเทศชาตินานัปการเพื่อให้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์สามารถดำเนินการได้อย่างมีเอกภาพ ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ สมควรจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขึ้นให้เป็นสถาบันการวิจัยและวิชาการชั้นสูงจัดการศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมการแพทย์และการสาธารณสุขชั้นนำของภูมิภาค และเนื่องจากในการจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีความจำเป็นบางประการที่อาจกระทบสิทธิของบุคคลตามกฎหมายเอกชนซึ่งต้องอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้มาตรา ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๗ ให้แก้ไขคำว่า "ประธานสภาราชวิทยาลัย" และคำว่า "รองประธานสภาราชวิทยาลัย" ในพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นคำว่า "นายกสภาราชวิทยาลัย" และคำว่า "อุปนายกสภาราชวิทยาลัย" ทุกแห่ง บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศใด ที่ใช้คำว่า "ประธานสภาราชวิทยาลัย" และคำว่า "รองประธานสภาราชวิทยาลัย" ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัย ให้ใช้คำว่า "นายกสภาราชวิทยาลัย" และคำว่า "อุปนายกสภาราชวิทยาลัย" แทน มาตรา ๑๘ ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการใดที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิชาการและการบริการที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ และการสาธารณสุข สมัครใจจะเปลี่ยนไปเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ให้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาและเลขาธิการราชวิทยาลัยภายในหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ราชวิทยาลัยจัดให้มีการคัดเลือกหรือการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่ราชวิทยาลัยกำหนด และเมื่อบุคคลดังกล่าวผ่านการคัดเลือกหรือการประเมินแล้ว ให้ราชวิทยาลัยดำเนินการบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ข้าราชการซึ่งราชวิทยาลัยบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าเป็นการออกจากราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งราชวิทยาลัยบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะทางราชการยุบตำแหน่ง และให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณสิทธิประโยชน์ตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการผู้ใดเปลี่ยนไปเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยตามมาตรานี้ประสงค์จะให้นับเวลาราชการหรือเวลาทำงานในขณะที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างต่อเนื่องกับเวลาทำงานของผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย แล้วแต่กรณี ก็ให้มีสิทธิกระทำได้ โดยแสดงความจำนงว่าไม่ขอรับบำเหน็จหรือบำนาญ การไม่ขอรับบำเหน็จหรือบำนาญตามวรรคสี่ จะต้องกระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย สำหรับกรณีของข้าราชการให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แล้วแต่กรณี สำหรับกรณีของลูกจ้างให้กระทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานยื่นต่อเลขาธิการราชวิทยาลัยเพื่อส่งต่อไปให้กระทรวงการคลังทราบ มาตรา ๑๙ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตนหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยในการวิจัย การจัดการศึกษา และการผลิตบุคลากรในระดับสูงเพื่อสร้างองค์ความรู้ การเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การแพทย์ และการสาธารณสุขและการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชน จะต้องดำเนินงานด้วยความรวดเร็วเพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ประชาชนและการพัฒนาประเทศ สมควรแยกสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ออกจากการเป็นส่วนงานของราชวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารงานของราชวิทยาลัยมีความคล่องตัวและสามารถดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่จะดำเนินงานตามภารกิจได้โดยเร็วและมีความเป็นอิสระในการบริหารงานและการบริหารงบประมาณ นอกจากนี้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของราชวิทยาลัย สมควรกำหนดให้ราชวิทยาลัยอาจมีประธานราชวิทยาลัยเพื่อให้คำแนะนำและคำปรึกษาต่อสภาราชวิทยาลัยในกิจการทั้งปวงตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัย รวมทั้งสมควรแก้ไขชื่อตำแหน่งประธานสภาราชวิทยาลัยและรองประธานสภาราชวิทยาลัยเพื่อให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๔บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการหรืออยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในส่วนที่กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการหรือเป็นผู้รักษาการร่วมให้เปลี่ยนเป็นร ัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้รักษาการหรือเป็นผู้รักษาการร่วม ให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภาสถาบันอุดมศึกษาหรือคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่และการเปลี่ยนแปลงผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในบัญชี ๓ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่สถาบันการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา มาตรา ๑๖ บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับประกาศ คำสั่ง และมติของคณะรัฐมนตรีใดที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอ้างถึง "กระทรวงศึกษาธิการ""รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" "ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ" หรือผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงศึกษาธิการ หากเกี่ยวกับการอุดมศึกษาหรือการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ถือว่าบทบัญญัตินั้นอ้างถึง"กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม" "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม" "ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม"หรือผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี ให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภาหรือคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการโอนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นส่วนราชการตามมาตรา ๑๐ วรรคสองเพื่อให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่และการเปลี่ยนแปลงผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในบัญชี ๔ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่สถาบันการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา มาตรา ๑๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสมควรจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมขึ้นเพื่อให้มีการบูรณาการ การเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นเข้าด้วยกัน และให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยในทิศทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติแผน และนโยบายในการพัฒนาประเทศจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้มาตรา ฉบับที่ 3 พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๕ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๔๓ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๑ ไร่ ๓ งาน ๔๗ ตารางวา ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว ไปเป็นของมูลนิธิจุฬาภรณ์ โดยให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน และให้ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าอากรแสตมป์โดยให้ดำเนินการตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๖ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้คำแนะนำมูลนิธิจุฬาภรณ์ในการเตรียมการยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมพิจารณาอนุญาตภายในสิบห้าวัน ในระหว่างการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามวรรคหนึ่ง ให้สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่จัดการศึกษา ทำการวิจัย นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และให้บริการทางวิชาการ ต่อไปจนกว่าจะจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแล้วเสร็จ มาตรา ๑๗ เมื่อได้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามมาตรา ๑๖ แล้ว ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน งบประมาณ และรายได้ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไปเป็นของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าว ทั้งนี้ ตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนด มาตรา ๑๘ ให้พนักงานหรือลูกจ้างของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ที่ประสงค์จะไปปฏิบัติงานกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๖ มีหนังสือแสดงเจตนาต่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๙ ให้นักศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาหลักสูตรบัณฑิตศึกษาของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่มีการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๖ เป็นนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าว มาตรา ๒๐ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตนหมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นส่วนงานภายในของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ดำเนินการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาซึ่งมีความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ เพื่อสนองพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการวิจัยเพื่อเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงที่มีความสามารถระดับนานาชาติ สามารถสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับแนวหน้าเน้นการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยโดยใช้ทรัพยากรและดำเนินการร่วมกับสถาบันวิจัยของมูลนิธิจุฬาภรณ์มาโดยตลอด จึงสมควรแยกสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ออกจากการเป็นส่วนงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แล้วดำเนินการเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับสถาบันวิจัยของมูลนิธิจุฬาภรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และมีความเป็นอิสระทั้งทางวิชาการและทางการบริหารงาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้