พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518
มาตรา 13
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 มาตรา 13 สภามีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของวิทยาลัยครู และมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (๑) ออกข้อบังคับและวางระเบียบของวิทยาลัยครู ตลอดจนกำหนดคุณสมบัติและฟื้นความรู้ของผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในวิทยาลัยครู และวางระเบียบการบริหารภายในวิทยาลัยครู (๒) อนุมัติหลักสูตรต่าง ๆ (๓) ส่งเสริมการศึกษาอบรมและการวิจัยของวิทยาลัยครูให้เจริญยิ่งขึ้น (๔) อนุมัติการให้ปริญญา อนุปริญญา และประกาศนียบัตร (๕) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการศึกษา การฝึกหัดครู และปัญหาทางการศึกษาอื่น ๆ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการหารือ (๖) พิจารณาจัดตั้ง ยุบ รวมและเลิกคณะวิชา หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ และภาควิชา (๗) พิจารณาการแต่งตั้ง โยกย้าย และถอดถอนอธิการ รองอธิการ หัวหน้าสำนักงานอธิการ รองหัวหน้าสำนักงานอธิการ หัวหน้าคณะวิชา รองหัวหัวหน้าคณะวิชา หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ รองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ (๘) วางระเบียบเกี่ยวกับการจัดทำและการพิจารณางบประมาณ การเงิน และทรัพย์สินของวิทยาลัยครู (๙) แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมให้คำแนะนำหรือดำเนินกิจการของวิทยาลัยครู (๑๐) พิจารณาการรับสถานศึกษาอื่นเข้าสมทบในวิทยาลัยครู การให้สถานศึกษาที่รับเข้าสมทบพ้นจากการสมทบในวิทยาลัยครู และการเข้าสมทบหรือยกเลิกการสมทบของวิทยาลัยครูกับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น (๑๑) กำหนดเครื่องหมายของสภาและเครื่องหมายของวิทยาลัยครู
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3427/2553
โจทก์เป็นนิติบุคคลของประเทศอังกฤษมอบหมายให้บริษัท ท. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นตัวแทนติดต่อจำเลยที่ประเทศไทยเพื่อประกันภัยอุปกรณ์สำหรับการถ่ายทอดโทรทัศน์ของโจทก์ เมื่อคู่สัญญามิได้แสดงเจตนาให้ใช้กฎหมายของประเทศใดบังคับแก่สัญญาโดยชัดแจ้ง แต่โจทก์มี ภ. ซึ่งเป็นผู้จัดการของบริษัท ท. เป็นตัวแทนในการติดต่อทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยในประเทศไทยการที่จำเลยตกลงรับประกันภัยและส่งกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่บริษัท ท. ต้องถือว่าสัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทำหรือเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงต้องนำกฎหมายไทย