พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2502
มาตรา 8
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ให้ยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๔๙๘ และให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้แทนผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ถ. กิตติขจร รองนายกรัฐมนตรีอัตราค่าธรรมเนียม ๑. ใบอนุญาตให้ดำเนินการบริการส่ง วิทยุกระจายเสียง หรือบริการส่ง วิทยุโทรทัศน์ ๕,๐๐๐ บาท ๒. ใบอนุญาตให้ทำเครื่องรับวิทยุ กระจายเสียง หรือเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ หรือส่วนใด ๆ แห่งเครื่องดังกล่าวนี้ ๒๐๐ บาท ๓. ใบอนุญาตให้ค้าเครื่องรับวิทยุกระจาย เสียงหรือส่วนใด ๆแห่งเครื่องรับวิทยุกระจายเสียง ก. ทำการค้าและนำเข้าเพื่อการค้าด้วย ๒,๐๐๐ บาท ข. ทำการค้าแต่อย่างเดียว ๑,๐๐๐ บาท ๔. ใบอนุญาตให้ค้าเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ หรือส่วนใด ๆ แห่งเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ ก. ทำการค้าและนำเข้าเพื่อการค้าด้วย ๓,๐๐๐ บาท ข. ทำการค้าแต่อย่างเดียว ๑,๕๐๐ บาท ๕. ใบแทนใบอนุญาต ๒๐ บาทหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เครื่องรับวิทยุกระจายเสียงและเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์เป็นปัจจัยสำคัญในการให้ความรู้แก่ประชาชน จึงเป็นการสมควรที่จะให้ประชาชนมี นำเข้า หรือนำออก ซึ่งเครื่องรับวิทยุกระจายเสียงหรือส่วนใด ๆแห่งเครื่องรับวิทยุกระจายเสียงและเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ หรือส่วนใด ๆ แห่งเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต นอกจากนั้น ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนี้ ไม่เปิดโอกาสให้พ่อค้าทำการค้าเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ หรือส่วนใด ๆ แห่งเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ได้นอกจากจะทำการค้าในนามของกระทรวงทบวงกรมหรือนิติบุคคลที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งสมควรแก้ไขเปิดโอกาสให้พ่อค้าทำการค้าได้ด้วย จึงจำต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๔๙๘
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3281/2562
สัญญาตัวแทนตามคำฟ้องเป็นสัญญาระหว่างโจทก์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกับจำเลยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี การที่คู่สัญญาตกลงกันให้นำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าวซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการระหว่างประเทศไปฟ้องยังศาลแห่งเมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจึงสามารถทำได้ตามหลักกฎหมายทั่วไประหว่างประเทศ ไม่ตกเป็นโมฆะ สำหรับการตีความสัญญานั้นต้องตีความไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คา