พระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ พ.ศ. 2549
ข้อ 12
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ พ.ศ. 2549 ข้อ 12 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วย (๑) สมุหราชองครักษ์เป็นประธานกรรมการ (๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นกรรมการ (๓) ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นกรรมการ (๔) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการ (๕) หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำเป็นกรรมการ (๖) เจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นกรรมการ (๗) ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นกรรมการ (๘) ผู้แทนกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในเป็นกรรมการ (๙) เจ้ากรมข่าวทหารบกเป็นกรรมการ (๑๐) เจ้ากรมข่าวทหารเรือเป็นกรรมการ (๑๑) เจ้ากรมข่าวทหารอากาศเป็นกรรมการ (๑๒) เสนาธิการ กรมราชองครักษ์เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้คณะกรรมการประชุมปรึกษาประมาณสถานการณ์เพื่อประโยชน์ในการวางแผนถวายความปลอดภัย ทั้งนี้ ตามความจำเป็นและเหมาะสม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 11570/2553
พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา