พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช 2461
มาตรา 31
พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช 2461 มาตรา 31 ให้สภานายกและอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย มีอำนาจที่จะออกข้อบังคับวางระเบียบการละเอียดสำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งปวงในสภากาชาดไทยปฏิบัติตามนั้นได้ประกาศมา ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายนพระพุทธศักราช ๒๔๖๑รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยนามประเทศ พุทธศักราช ๒๔๘๒ มาตรา ๒ ให้ใช้รัฐธรรมนูญนี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ นามประเทศนี้ให้เรียกว่า ประเทศไทย และบทแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นใด ซึ่งใช้คำว่า สยาม ให้ใช้คำว่า ไทย แทนพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทยเพิ่มเติม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓ มาตรา ๒ ให้เริ่มใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้สภานายกหรือสภานายิกา เมื่อได้รับอนุมัติและความยินยอมของคณะกรรมการแห่งสภาแล้ว มีอำนาจวางข้อบังคับว่าด้วยความประสงค์ ว่าด้วยระเบียบการปกครองและวิธีดำเนินการของสภา ว่าด้วยการกำหนดจำนวนและการเลือกตั้งกรรมการ ว่าด้วยการประชุมและวิธีปรึกษาการของกรรมการและว่าด้วยการเรี่ยไรเงินและเก็บเงินจากสมาชิก บรรดาข้อบังคับซึ่งได้วางขึ้นไว้ดังกล่าวนั้น เมื่อได้นำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ฟังว่าเป็นอันใช้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ได้ประกาศให้ทราบนั้นเป็นต้นไป มาตรา ๔ ตั้งแต่วันที่เริ่มใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป ให้ยกเลิกข้อความในพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑ แต่เฉพาะส่วนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือต่อข้อบังคับซึ่งสภานายกหรือสภานายิกาได้วางไว้ โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัตินี้เสียทั้งสิ้น*ประกาศรวมการปกครองท้องที่ และแบ่งปันหน้าที่ราชการระหว่างกระทรวงหาดไทยกับกระทรวงยุติธรรมมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า แต่เดิมมาการปกครองท้องที่แยกย้ายกันอยู่เป็นหลายกระทรวง คือการปกครองพระนครเป็นหน้าที่กระทรวงนครบาล การปกครองหัวเมืองเป็นหน้าที่กระทรวงต่าง ๆ ซึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๕ (ร.ศ. ๑๑๑) ได้โปรดเกล้าฯ ให้รวมมาไว้เป็นหน้าที่กระทรวงมหาดไทยแต่แห่งเดียว บัดนี้ทรงพระดำริว่า ราชการได้ดำเนินมาถึงขีดคั่นอันสมควรแล้วที่จะรวมหน้าที่ปกครองนี้ไว้ในกระทรวงเดียวได้ เพราะฉะนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมหน้าที่ราชการในกระทรวงนครบาลนอกจากที่จะได้กล่าวถึงต่อไปข้างล่างนี้เข้าไว้ในกระทรวงมหาดไทย ส่วนการปกครองท้องที่พร้อมงาน ประชาภิบาล นคราภิบาล ฯลฯอันเป็นหน้าที่เฉพาะกรุงเทพมหานครนั้น ให้มีสมุหพระนครบาลเป็นหัวหน้ารับผิดชอบอย่างสมุหเทศาภิบาลแห่งมณฑลต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักร อนึ่ง ทรงพระดำริว่า กรมราชทัณฑ์เป็นกรมที่มีหน้าที่เกี่ยวพันอยู่กับศาลยุติธรรม เป็นปกติ ในกาลที่แล้วมาได้อาศัยฝากไว้ให้เสนาบดีกระทรวงนครบาลควบคุมเป็นการชั่วคราวเท่านั้นบัดนี้ สมควรจะยกกลับคืนไปมอบให้กระทรวงยุติธรรมดูแลบังคับบัญชาตามหน้าที่ได้กรม ๑ กับกรมอัยการซึ่งแต่เดิมมาทางกรุงเทพฯ ขึ้นอยู่ในกระทรวงยุติธรรม แต่ฝ่ายหัวเมืองขึ้นอยู่ในกระทรวงมหาดไทย และภายหลังได้ยกไปรวมไว้เป็นกรมเดียวกันขึ้นอยู่ในกระทรวงยุติธรรมนั้น บัดนี้ สมควรที่จะยกมาไว้ในกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ปฏิบัติการถนัดขึ้น เพราะฉะนั้น ให้โอนกรมราชทัณฑ์จากกระทรวงนครบาลมาขึ้นกระทรวงยุติธรรม และโอนกรมอัยการจากกระทรวงยุติธรรมมาขึ้นในกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศมา ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๖๕ เป็นปีที่ ๑๓ ในรัชกาลปัจจุบันพระราชบัญญัติเทียบตำแหน่งรัฐมนตรีกับตำแหน่งเสนาบดีแต่ก่อน พุทธศักราช ๒๔๗๕ มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัติและบทกฎหมายอื่นใด ซึ่งประกาศใช้อยู่ในเวลานี้ คำว่า เสนาบดี ให้อ่านเป็นรัฐมนตรี คำที่กล่าวถึงเสนาบดีกระทรวงใด ๆ ให้หมายความว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้น ๆ และคำว่า กฎเสนาบดี ให้อ่านเป็นกฎกระทรวง