พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2497
มาตรา 15
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2497 มาตรา 15 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ในปัจจุบัน นอกจากข้าราชการที่ได้รับเงินเดือนในงบประมาณประเภทเงินเดือนแล้ว ยังมีประชาชนที่ช่วยเหลือราชการ หรือบุคคลอื่นที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานของชาติตามที่ได้รับมอบหมายอยู่อีกหลายสาขา เช่น กรรมการของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ก.ป.ช. ฯลฯและนอกจากนี้ยังมีผู้ที่ปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม ซึ่งถ้าบุคคลดังกล่าวนี้ต้องประสบภยันตรายจากการช่วยเหลือราชการ จากการปฏิบัติงานของชาติตามที่ได้รับมอบหมาย หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรมนั้นแล้ว ก็หามีกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนใด ๆที่จะให้ความอบอุ่นแก่บุคคลนั้นเองหรือแก่ครอบครัวของบุคคลเหล่านั้นดุจข้าราชการไม่ ฉะนั้น เพื่อสงเคราะห์บุคคลดังกล่าวและเพื่อเป็นหลักประกันต่ออนาคตของครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น จึงเป็นการสมควรที่จะออกกฎหมายให้การสงเคราะห์แก่บุคคลดังกล่าวและครอบครัวพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นต้นไป มาตรา ๔ ผู้ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับเงินเพิ่มตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราว สำหรับผู้ที่ได้รับเงินในงบประมาณเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. ๒๕๐๐ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ โดยให้รวมเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวนั้น กับจำนวนเงินสงเคราะห์ที่ได้รับอยู่หรือมีสิทธิจะได้รับเข้าด้วยกัน มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้ยกเลิกระเบียบเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวสำหรับผู้ที่ได้รับเงินในงบประมาณเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งมีความใช้บังคับในการคำนวณเงินที่จ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการรวมอยู่ด้วย จึงสมควรแก้ไขกฎหมายให้รวมเงินสงเคราะห์กับเงินเพิ่มชั่วคราวเข้าด้วยกันเป็นเงินสงเคราะห์ใช้เป็นเกณฑ์เบิกจ่ายต่อไปประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๕ ลงวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ด้วยคณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า การให้ความสงเคราะห์ประชาชนผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม โดยวิธีจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือนตามที่กฎหมายปัจจุบันได้กำหนดไว้ยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขให้การพิจารณาให้ความสงเคราะห์ได้ดำเนินไปโดยรวดเร็วและให้ผู้มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์รับเงินสงเคราะห์เป็นเงินก้อนแทนการรับเป็นรายเดือน ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้รับการสงเคราะห์มากยิ่งขึ้น ข้อ ๘ ผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ และมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเช่นเดียวกับผู้รับบำนาญพิเศษอยู่แล้วก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือน และมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลต่อไป ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ และมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลตามวรรคหนึ่งหมดสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์และหมดสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด เมื่อ (๑) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือ (๒) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย ผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือนตามความในวรรคหนึ่ง จะขอเปลี่ยนเป็นเงินสงเคราะห์ที่จ่ายครั้งเดียวก็ได้ โดยยื่นคำร้องขอต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๕ ในกรณีเช่นนี้ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดจำนวนเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้นั้นตามมาตรา ๗ และให้หักจำนวนเงินสงเคราะห์ที่ผู้นั้นได้รับเป็นรายเดือนไปก่อนออกทั้งหมด แล้วแจ้งการกำหนดจำนวนเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้ร้องขอทราบ ถ้าผู้ร้องขอไม่โต้แย้งภายในกำหนดเวลาตามวรรคสี่ ให้ถือว่าสิทธิรับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือน และสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลของผู้นั้นเป็นอันระงับไป ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอตามวรรคสามไม่พอใจในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ จะถอนคำร้องขอและขอรับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือนต่อไปก็ได้ การถอนคำร้องขอให้กระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการ ข้อ ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ข้อ ๑๐ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันบุคคลซึ่งมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ หรือมีสิทธิได้รับเงินทำขวัญข้าราชการและลูกจ้างตามระเบียบว่าด้วยเงินทำขวัญข้าราชการและลูกจ้างหรือเงินทำขวัญลูกจ้างตามระเบียบว่าด้วยเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง และได้รับประโยชน์ตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่มีสิทธิที่จะได้รับประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรมสมควรที่จะให้บุคคลดังกล่าวได้รับสิทธิตามกฎหมายนี้โดยให้เลือกรับได้ ประกอบกับสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางมาตราให้เหมาะสมแก่กาลสมัย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น