พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2522
มาตรา 33
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2522 มาตรา 33 สภาสถาบันมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดตามมาตรา ๑๓ (๒) วางระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการดำเนินงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน รวมทั้งวางข้อบังคับว่าด้วยเครื่องแบบ เครื่องหมาย และเครื่องแต่งกายนักศึกษา (๓) จัดสรรทุนออกเป็นกองทุนประเภทต่างๆ และวางระเบียบการใช้จ่ายเงินของกองทุน (๔) พิจารณาปรับปรุงหลักสูตรการสอนและอุปกรณ์การศึกษา (๕) พิจารณาการจัดตั้ง ยุบ รวม และเลิกส่วนงานตามมาตรา ๑๖ (๖) พิจารณาการจัดตั้ง ยุบ รวม และเลิกวิทยาเขตสาขา (๗) แต่งตั้งและถอดถอนผู้บริหารสถาบัน (๘) พิจารณาถอดถอนคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามมาตรา ๘๖ (๙) พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ (๑๐) อนุมัติการให้ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ปริญญา หรือประกาศนียบัตรบัณฑิต (๑๑) อนุมัติงบดุล งบการเปลี่ยนแปลงการเงินของกองทุนประเภทต่าง ๆ ประจำปี (๑๒) พิจารณาเสนอการให้ปริญญากิตติมศักดิ์แก่บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถาบัน (๑๓) พิจารณาหาวิธีที่จะทำให้การศึกษา การวิจัย และการฝึกอบรมของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเจริญยิ่งขึ้น (๑๔) วินิจฉัยสั่งการในเรื่องอื่นใดที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 15564/2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ