พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496
มาตรา 53
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 มาตรา 53 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นลักษณะ ๔ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ แห่งประมวลรัษฎากร "ลักษณะ ๔ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ มาตรา ๑๖๕ การเรียกเก็บภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ซึ่งบัญญัติไว้ในลักษณะนี้ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพากร มาตรา ๑๖๖ ในลักษณะนี้ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง "ซื้อ" หมายความว่า รับโอนกรรมสิทธิ์ หรือรับโอนการครอบครอง ไม่ว่าในกรณีใด ๆ "จำหน่าย" หมายความว่า โอนกรรมสิทธิ์ หรือโอนการครอบครอง ไม่ว่าในกรณีใด ๆ "โภคภัณฑ์" หมายความว่า สิ่งอุปโภคบริโภคหรือสิ่งอื่นตามประเภทที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ท้ายลักษณะนี้ "ผู้ค้าโภคภัณฑ์" หมายความว่า บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือองค์การใด ๆ ซึ่งทำการผลิต นำเข้า หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งโภคภัณฑ์ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้ทำการแทนด้วย "สถานที่" หมายความว่า ที่สำหรับใช้ประกอบหรือดำเนินการค้าโภคภัณฑ์ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงที่ซึ่งใช้ทำการผลิต เก็บ หรือจำหน่ายโภคภัณฑ์ด้วย "ราคา" หมายความว่า จำนวนเงินที่พึงชำระทั้งหมดในการซื้อโภคภัณฑ์ ถ้าในการซื้อโภคภัณฑ์ไม่มีการชำระเงิน หรือมีการชำระเงินต่ำกว่าราคาตลาด ให้ถือราคาตลาดในขณะที่ซื้อเป็นจำนวนเงินที่พึงชำระในการซื้อ มาตรา ๑๖๗ เมื่อมีการซื้อโภคภัณฑ์ซึ่งอยู่ในประเทศไทยจากผู้ค้าโภคภัณฑ์ ให้ผู้ที่ซื้อมีหน้าที่เสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์จากราคาตามบัญชีอัตราภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ท้ายลักษณะนี้ การเสียภาษีตามความในวรรคก่อน ให้ชำระไว้กับผู้ค้าโภคภัณฑ์ มาตรา ๑๖๘ ในกรณีที่ผู้ค้าโภคภัณฑ์นำโภคภัณฑ์ของตนไปใช้อันมิใช่เพื่อกิจการค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะ ให้ถือว่ามีการซื้อโภคภัณฑ์ และผู้ค้าโภคภัณฑ์นั้นเป็นผู้ที่ซื้อ มีหน้าที่เสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ในวันแรกที่นำไปใช้ มาตรา ๑๖๙ ผู้ใดนำโภคภัณฑ์ประเภทรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เข้ามาในประเทศไทยโดยมิใช่เพื่อการค้า ให้ผู้นั้นชำระภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ โดยยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่ออำเภอท้องที่อันเป็นที่ตั้งด่านศุลกากรแรกที่นำโภคภัณฑ์ผ่าน ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นำโภคภัณฑ์ผ่านด่านศุลกากรนั้น มาตรา ๑๗๐ ผู้ค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ ถ้าซื้อโภคภัณฑ์ในระหว่างกันเองเพื่อจำหน่ายต่อไป ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ มาตรา ๑๗๑ ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีการซื้อโภคภัณฑ์จากผู้ที่ซื้อทุกคราวเมื่อส่งมอบโภคภัณฑ์ มาตรา ๑๗๒ เมื่อผู้ค้าโภคภัณฑ์ได้เรียกเก็บภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามความในมาตรา ๑๗๑ แล้ว ให้ออกใบรับเงินค่าภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามแบบที่อธิบดีกำหนด และทำสำเนาเก็บไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี วิธีการออกใบรับตามความในวรรคก่อน ถ้าอธิบดีเห็นเป็นการสมควร จะสั่งให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นก็ได้ ใบรับเฉพาะจำนวนเงินค่าภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ มาตรา ๑๗๓ ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์รับผิดในการชำระภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ของเดือนที่แล้วมา ซึ่งตนมีหน้าที่เรียกเก็บตามความในมาตรา ๑๗๑ และให้นำส่งอำเภอท้องที่ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป โดยยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด การยื่นรายการเช่นว่านี้ ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์ยื่นไม่ว่าจะมีภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ต้องเสียหรือไม่ มาตรา ๑๗๔ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีตามลักษณะนี้ ให้อธิบดีมีอำนาจที่จะสั่งผู้ค้าโภคภัณฑ์ยื่นรายการ และนำภาษีส่งอำเภอท้องที่ก่อนถึงหรือก่อนพ้นกำหนดเวลาตามความในมาตรา ๑๗๓ ก็ได้ มาตรา ๑๗๕ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ถ้ามิได้ชำระหรือนำส่งภายในกำหนดเวลาตามความในมาตรา ๑๖๙ มาตรา ๑๗๓ มาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๙๐ หรือมาตรา ๑๙๑ ให้ชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๒๐ ของเงินภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นเงินภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ มาตรา ๑๗๖ ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ ถ้ามิได้ชำระภายในกำหนดเวลาตามลักษณะนี้ ให้ถือเป็นภาษีค้าง และเพื่อให้ได้รับชำระภาษีค้าง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับ มาตรา ๑๗๗ ทุกเดือนที่มีการซื้อโภคภัณฑ์อันได้รับยกเว้นภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามความในมาตรา ๑๗๐ ให้ผู้ที่ซื้อและผู้ที่จำหน่ายแจ้งรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป การแจ้งรายการตามความในวรรคก่อน ถ้าสถานที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพระนครหรือจังหวัดธนบุรี ให้แจ้งต่ออธิบดี ถ้าตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ จะยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอที่สถานที่ตั้งอยู่ก็ได้ มาตรา ๑๗๘ ในเดือนใด ผู้ค้าโภคภัณฑ์ส่งโภคภัณฑ์ออกนอกประเทศไทยหรือนำโภคภัณฑ์เข้ามาในประเทศไทยให้แจ้งรายการส่งออกหรือนำเข้าซึ่งโภคภัณฑ์นั้นตามแบบที่อธิบดีกำหนด ภายในวันที่ ๒๐ ของเดือนถัดไป การแจ้งรายการตามความในวรรคก่อน ถ้าสถานที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพระนครหรือจังหวัดธนบุรี ให้แจ้งต่ออธิบดี ถ้าตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ จะยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอที่สถานที่ตั้งอยู่ก็ได้ มาตรา ๑๗๙ ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์ยื่นคำขอจดทะเบียนค้าโภคภัณฑ์สำหรับสถานที่ทุกแห่ง ตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันใช้บังคับบทบัญญัติในลักษณะนี้หรือวันเริ่มเป็นผู้ค้าโภคภัณฑ์ หรือวันเริ่มมีสถานที่ใหม่ แล้วแต่กรณี การยื่นคำขอตามความในวรรคก่อน ถ้าผู้ค้าโภคภัณฑ์มีสถานที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพระนครหรือจังหวัดธนบุรี ให้ยื่นต่ออธิบดี ถ้าตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าผู้ค้าโภคภัณฑ์มีสถานที่หลายแห่งในเขตจังหวัดเดียวกัน การยื่นคำขอ ให้แยกยื่นเป็นรายสถานที่ คำขอซึ่งต้องยื่นต่ออธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าวมาแล้ว ถ้าได้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอที่สถานที่ตั้งอยู่ ก็ให้ถือว่าได้ยื่นแล้ว มาตรา ๑๘๐ เมื่อผู้ค้าโภคภัณฑ์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนตามความในมาตรา ๑๗๙ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ออกใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ให้ โดยแยกเป็นรายสถานที่ มาตรา ๑๘๑ ถ้าใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์สูญหาย ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์ยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนต่ออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่สูญหาย ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๗๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๑๘๒ ผู้ค้าโภคภัณฑ์ต้องแสดงใบทะเบียนหรือใบแทนใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่โดยเปิดเผย มาตรา ๑๘๓ ผู้ค้าโภคภัณฑ์เมื่อเลิกหรือโอนกิจการค้าโภคภัณฑ์ ให้แจ้งการเลิกหรือการโอนตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่ออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นผู้ออกใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิกหรือโอน ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๗๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อผู้ค้าโภคภัณฑ์ได้แจ้งการเลิกหรือการโอนตามความในวรรคก่อนแล้ว และยังมีภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ที่จะต้องชำระอยู่อีก ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์และผู้ชำระบัญชี หรือผู้โอนและผู้รับโอน แล้วแต่กรณี มีหน้าที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ มาตรา ๑๘๔ ก่อนได้ปฏิบัติการตามความในมาตรา ๑๗๓ หรือมาตรา ๑๘๓ ถ้าผู้ค้าโภคภัณฑ์ถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นผู้ไม่อยู่ ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาท ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ ผู้จัดการทรัพย์สิน ผู้รับมอบอำนาจ หรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี มีหน้าที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ มาตรา ๑๘๕ ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์ทำบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนดแสดงรายการปริมาณโภคภัณฑ์ซึ่งมีอยู่ ได้มา และจำหน่ายไปตามความเป็นจริงเป็นรายวัน บัญชีดังกล่าวนี้ต้องทำให้เสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีอยู่ ได้มา หรือจำหน่ายไปซึ่งโภคภัณฑ์นั้น และต้องเก็บไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี มาตรา ๑๘๖ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีตามลักษณะนี้ ให้อธิบดี โดยอนุมัติรัฐมนตรี มีอำนาจกำหนดวิธีการให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์ปฏิบัติได้ วิธีการนี้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ มาตรา ๑๘๗ ผู้ค้าโภคภัณฑ์ผู้ใดกระทำผิดฐานหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ก็ดี กระทำผิดบทบัญญัติในลักษณะนี้ก็ดี เกินกว่าหนึ่งครั้ง อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจสั่งถอนใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ของผู้ค้าโภคภัณฑ์นั้นได้ เมื่อได้มีการสั่งถอนใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ตามความในวรรคก่อนแล้ว ผู้ค้าโภคภัณฑ์ยังคงจำหน่ายโภคภัณฑ์ต่อไปให้ถือเสมือนว่าผู้ค้าโภคภัณฑ์นั้นได้เริ่มเป็นผู้โภคภัณฑ์ใหม่ นับตั้งแต่วันได้รับทราบคำสั่งถอน และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๗๙ มาใช้บังคับ ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้ามีภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ที่ต้องชำระในระหว่างระยะเวลานับตั้งแต่วันได้รับทราบคำสั่งถอนจนถึงวันที่ได้รับใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ใหม่ ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์เสียเงินเพิ่มอีก ๒ เท่าของเงินภาษีการซื้อโภคภัณฑ์นั้น หรือเป็นเงิน ๒๐๐ บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นเงินภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ ถ้าระยะเวลาตั้งแต่วันได้รับทราบคำสั่งถอนจนถึงวันที่ได้รับใบทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ใหม่ตามความในวรรค ๒ นั้นเกินกว่าสามสิบวัน ให้คิดยอดเงินที่ต้องคำนวณเพิ่มเสียเงินเพิ่มเพียงสามสิบวัน นับตั้งแต่วันได้รับทราบคำสั่งถอน มาตรา ๑๘๘ เมื่อมีเหตุอันสมควร พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ หรือที่อื่นใดที่เกี่ยวข้อง ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของผู้ค้าโภคภัณฑ์ และทำการตรวจสอบเพื่อให้ได้ทราบว่า ผู้ค้าโภคภัณฑ์ได้ปฏิบัติการและเสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ถูกต้องหรือไม่ กับมีอำนาจเรียกและยึดเอกสารหรือหลักฐาน และออกหมายเรียกผู้ค้าโภคภัณฑ์หรือพยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาไต่สวนได้ มาตรา ๑๘๙ การส่งหมายเรียกหรือหนังสืออื่นใดซึ่งมีถึงบุคคลใดตามลักษณะนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๑๙๐ ในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าปรากฏว่าผู้ค้าโภคภัณฑ์มีโภคภัณฑ์ขาดหรือเกินกว่าจำนวนที่ลงไว้ในบัญชีที่กำหนดให้ทำ ตามความในมาตรา ๑๘๕ ให้ถือว่าโภคภัณฑ์เฉพาะส่วนที่ขาดหรือเกินจากบัญชีนั้นเป็นโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อแล้ว และยังมิได้เสียภาษี ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์เสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์จนครบ และเสียเงินเพิ่มอีก ๕ เท่าของเงินภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นเงินภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ โภคภัณฑ์ส่วนที่เกินจากบัญชีตามความในวรรคก่อน ให้นำลงรับในบัญชีตามความในมาตรา ๑๘๕ และถ้ามีการจำหน่ายต่อไป ให้เสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ มาตรา ๑๙๑ ในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าปรากฏว่าผู้ค้าโภคภัณฑ์ไม่ชำระภาษีการซื้อโภคภัณฑ์หรือชำระไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้ค้าโภคภัณฑ์ชำระภาษีการซื้อโภคภัณฑ์จนครบ และสั่งให้ชำระเงินเพิ่มอีก ๕ เท่าของภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ที่ไม่ชำระหรือที่ขาด ภาษีการซื้อโภคภัณฑ์และเงินเพิ่มตามความในมาตรานี้ ให้ชำระภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันได้รับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ มาตรา ๑๙๒ การเรียกเงินเพิ่มตามความในมาตรา ๑๙๐ หรือมาตรา ๑๙๑ เนื่องจากการไต่สวนหรือตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใด ๆ ซึ่งการกล่าวหาแจ้งความนั้นได้แสดงหลักฐานไว้ชัดแจ้งก็ดี เป็นเหตุให้มีการเรียกเงินเพิ่มภาษีดังกล่าวได้แล้ว ให้เจ้าพนักงานผู้รับเงินหักออกร้อยละ ๔๐ ของเงินเพิ่มที่เก็บได้ เป็นเงินสินบนรางวัล และให้อธิบดีมีอำนาจจ่ายให้แก่บุคคลผู้ตรวจพบ ผู้กล่าวหาแจ้งความ และเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี มาตรา ๑๙๓ ผู้ใดไม่ออกใบรับเงินค่าภาษีการซื้อโภคภัณฑ์หรือไม่ทำสำเนาเก็บไว้ตามความในมาตรา ๑๗๒ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท มาตรา ๑๙๔ ผู้ใดไม่ยื่นรายการตามความในมาตรา ๑๗๓ หรือไม่แจ้งรายการซื้อหรือจำหน่ายโภคภัณฑ์อันได้รับยกเว้นภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามความในมาตรา ๑๗๗ หรือไม่แจ้งรายการส่งออกหรือนำเข้าซึ่งโภคภัณฑ์ตามความในมาตรา ๑๗๘ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา ๑๙๕ ผู้ใดไม่ยื่นคำขอจดทะเบียนค้าโภคภัณฑ์ตามความในมาตรา ๑๗๙ หรือไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดตามความในมาตรา ๑๘๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๑๙๖ ผู้ใดไม่ยื่นคำขอรับใบแทนตามความในมาตรา ๑๘๑ หรือไม่แสดงใบทะเบียนหรือใบแทนตามความในมาตรา ๑๘๒ หรือไม่แจ้งการเลิกหรือการโอนตามความในมาตรา ๑๘๓ หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามความในมาตรา ๑๘๔ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา ๑๙๗ ผู้ใดไม่ทำบัญชีแสดงรายการ หรือไม่เก็บบัญชีตามความในมาตรา ๑๘๕ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๑๙๘ ผู้ใดรู้อยู่แล้วไม่อำนวยความสะดวก หรือขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา ๑๘๘ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๑๙๙ ผู้ใด (๑) โดยรู้อยู่แล้ว หรือจงใจ แจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีตามลักษณะนี้ หรือ (๒) โดยความเท็จ โดยเจตนาละเลย โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีตามลักษณะนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ "บัญชีอัตราภาษีอากรซื้อโภคภัณฑ์ ประเภทที่ รายการโภคภัณฑ์ อัตราร้อยละของราคา ๑ ทองคำ ทองคำขาว เงิน นาก เพชร พลอย และเครื่องรูปพรรณ ก. เครื่องรูปพรรณที่ทำด้วยทองคำ ทองคำขาว เงิน นาก หรือส่วนผสมของวัตถุดังกล่าว ข. เพชร พลอย ที่มิได้ทำเป็นรูปพรรณ ค. เครื่องรูปพรรณที่ประดับด้วยเพชร พลอย ง. เครื่องประดับกายที่ทำเทียมเครื่องรูปพรรณดังกล่าว ใน ก. และ ค. หมายเหตุ คำว่า "เพชร พลอย" หมายความตลอดถึงทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล์ นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก ไข่มุก และอัญมนีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ๕ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๒ ของที่ต้องใช้กับไฟฟ้าหรือน้ำมันเชื้อเพลิงหรือแก๊ส ก. ตู้เย็นหรือเครื่องคุมภาวะอากาศ ข. พัดลม ค. เครื่องซักผ้า ๕ ๕ ๕ ๓ นาฬิกา รวมทั้งสิ่งที่ติดอยู่กับนาฬิกานั้น ก. นาฬิกาที่เรือนเป็นทองหรือนากทั้งหมดหรือบางส่วน ข. นาฬิกาที่ประดับด้วยโภคภัณฑ์ประเภทที่ ๑ ข. ๕ ๑๐ ๔ เครื่องบรรเลง ก. เครื่องรับวิทยุที่มีเครื่องเล่นจานเสียงด้วย ข. หีบเสียง เครื่องเล่นจานเสียงหรือเครื่องขยายเสียง ค. จานเสียง ๕ ๕ ๕ ๕ เครื่องถ่ายรูปและเครื่องฉายภาพ ก. กล้องถ่ายภาพยนตร์ ข. กล้องถ่ายรูป ค. ฟิล์มสำหรับถ่ายรูปหรือภาพยนตร์ทุกชนิดที่ยังไม่ได้ถ่าย ง. เครื่องฉายภาพหรือภาพยนตร์ จ. เครื่องขยาย ล้าง อัด หรือพิมพ์รูป ภาพยนตร์และฟิล์ม ฉ. อุปกรณ์ของสิ่งต่าง ๆ ตาม ก. ถึง จ. ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๖ รถยนต์และรถอื่น ก. รถยนต์ทุกชนิดรวมทั้งส่วนประกอบที่ติดอยู่กับรถยนต์นั้น เว้นรถยนต์บรรทุก ข. รถจักรยานยนต์ทุกชนิดรวมทั้งส่วนประกอบที่ติดอยูกับรถนั้น ๑๐ ๑๐ ๗ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเบนซิน ๑