พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534
มาตรา 29
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 มาตรา 29 บทบัญญัติแห่งหมวด ๔ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่การขายและการนำเข้าสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) สุราที่อยู่ในบังคับมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ (๒) สุราที่ทำในราชอาณาจักรโดยได้เสียภาษีสุราครบถ้วนแล้วและได้นำออกจากโรงงานสุราก่อนพระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ ใช้บังคับ (๓) สุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ได้เสียภาษีสุราโดยปิดแสตมป์สุราแล้วและได้นำออกจากด่านศุลกากรก่อนวันที่พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ ใช้บังคับ ถ้าได้มีการขายสุราตามวรรคหนึ่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีสิทธิออกหลักฐานการขายสุรานั้นให้แก่ผู้ซื้อที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในวันที่ส่งมอบสุราได้ และให้นำมาตรา ๒๗ วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 15564/2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ