ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2489

มาตรา 38

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2489 มาตรา 38 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นลักษณะ ๖ แห่งประมวลรัษฎากร "ลักษณะ ๖ ภาษีการซื้อน้ำตาล มาตรา ๒๑๓ การเรียกเก็บภาษีการซื้อน้ำตาล ซึ่งบัญญัติไว้ในลักษณะนี้ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพากร มาตรา ๒๑๔ ในลักษณะนี้ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า เจ้าพนักงานผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งระบุไว้ในกฎกระทรวง "ซื้อ" หมายความว่า รับโอนกรรมสิทธิ์ไม่ว่าในกรณีใด ๆ เว้นแต่ในกรณีที่บริจาคเป็นสาธารณกุศล "จำหน่าย" หมายความว่า จำหน่ายในการซื้อ "น้ำตาล" หมายความว่า ๑. น้ำตาลทำจากอ้อย ตาลโตนด มะพร้าวหรือต้นไม้อื่น เว้นน้ำเหลืองซึ่งได้มาจากการกระทำน้ำตาลทรายขาว ๒. น้ำตาลซึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศทุกชนิด และ ๓. สิ่งของทำด้วยน้ำตาลเป็นส่วนสำคัญซึ่งกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา "ผู้ประกอบการ" หมายความว่า บุคคลใด ๆ หรือองค์การของรัฐบาลซึ่งประกอบการผลิตน้ำตาลได้วันหนึ่งเกินกว่า ๑๐๐ กิโลกรัม หรือผู้ทำการแทน "ผู้นำเข้า" หมายความว่า บุคคลใด ๆ หรือองค์การของรัฐบาลซึ่งนำน้ำตาลจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการค้าหรือเพื่อการอุตสาหกรรม หรือผู้ทำการแทน "ผู้รวบรวม" หมายความว่า บุคคลใด ๆ หรือองค์การของรัฐบาลซึ่งมีน้ำตาลไว้เพื่อการค้าหรือเพื่อการอุตสาหกรรมในคราวหนึ่งหรือหลายคราวรวมกันเป็นจำนวนเดือนหนึ่งเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม หรือผู้ทำการแทน "สถานที่" หมายความว่า สถานที่ใช้ประกอบการผลิต จำหน่าย หรือเก็บรักษาน้ำตาล" มาตรา ๒๑๕ เมื่อมีการซื้อน้ำตาลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม ให้มีการเสียภาษีเรียกว่าการซื้อน้ำตาลตามอัตราซึ่งปรากฏในบัญชีท้ายลักษณะนี้ และให้เสียขณะส่งมอบน้ำตาล มาตรา ๒๑๖ ในกรณีผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม ส่งน้ำตาลของตนที่ตนยึดถือจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่อื่นโดยไม่มีการซื้อ ให้ถือว่าผู้ประกอบการผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม ได้จำหน่ายและส่งมอบน้ำตาลนั้นตั้งแต่วันส่งน้ำตาลไป มาตรา ๒๑๗ ในกรณีที่ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม ส่งน้ำตาลออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ถือว่าเป็นการซื้อจากผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมและส่งมอบน้ำตาลเมื่อผ่านด่านศุลกากร ถ้าผู้นำเข้าพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจของอธิบดีได้ว่า น้ำตาลที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น เป็นน้ำตาลซึ่งมิได้นำเข้าเพื่ออุปโภคหรือบริโภคภายในราชอาณาจักรแล้ว ให้อธิบดีมีอำนาจยกเว้นภาษีการซื้อน้ำตาลให้ได้ มาตรา ๒๑๘ ในกรณีที่ผู้ประกอบการผลิตน้ำตาลให้แก่ผู้ใด แม้ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในน้ำตาล ก็ให้ถือว่าการที่ผู้นั้นได้มาซึ่งน้ำตาลเป็นการซื้อน้ำตาลจากผู้ประกอบการ มาตรา ๒๑๙ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมอุปโภคหรือบริโภค หรือใช้ไปในการอุตสาหกรรมซึ่งน้ำตาลที่ผลิตขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรก็ดี ผู้นำน้ำตาลเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่ออุปโภคหรือบริโภคก็ดี ต้องเสียและชำระภาษีการซื้อน้ำตาล สำหรับผู้ประกอบการผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม ให้ปฏิบัติเสมือนว่าได้ทำการจำหน่ายน้ำตาล สำหรับผู้อื่นให้ปฏิบัติตามวิธีการที่อธิบดีกำหนด มาตรา ๒๒๐ ให้อธิบดีมีอำนาจยกเว้นภาษีการซื้อน้ำตาลสำหรับน้ำตาลที่อยู่ในครอบครองของผู้รวบรวมซึ่งได้รับใบทะเบียนสำหรับสถานที่และใบอนุญาตสำหรับตัวแล้วได้ ถ้าเห็นว่าน้ำตาลนั้นได้เสียภาษีการซื้อน้ำตาลมาแล้วและอยู่ในครอบครองของผู้รวบรวมก่อนวันได้รับใบทะเบียนและใบอนุญาตดังกล่าว มาตรา ๒๒๑ ในกรณีที่ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม ซึ่งได้รับใบทะเบียนและใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓๑ แล้ว ซื้อน้ำตาลจากผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมอื่นเพื่อจำหน่ายต่อไป ให้ได้รับยกเว้นภาษีการซื้อน้ำตาล มาตรา ๒๒๒ ในกรณีที่ผู้ไม่มีใบทะเบียนและใบอนุญาตซื้อน้ำตาล พร้อมทั้งรับโอนกิจการผลิตหรือค้าน้ำตาลจากผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม อธิบดีหรือข้าหลวงประจำจังหวัดโดยอนุมัติของอธิบดีจะยกเว้นภาษีการซื้อน้ำตาลให้ก็ได้ มาตรา ๒๒๓ ในเดือนใด ผู้ใดส่งน้ำตาลไปนอกราชอาณาจักร ให้ผู้นั้นแจ้งเป็นหนังสือว่า น้ำตาลที่ส่งไปนั้นได้มาอย่างไร เป็นจำนวนเท่าใด และส่งออกทางใดภายใน ๗ วันของเดือนถัดมา การแจ้งสำหรับผู้ที่มีสำนักงานใหญ่ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้แจ้งต่ออธิบดี สำหรับผู้ที่มีสำนักงานใหญ่ในจังหวัดอื่น ให้แจ้งต่อข้าหลวงประจำจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ มาตรา ๒๒๔ ทุกเดือนที่มีการซื้อน้ำตาลอันเป็นกรณีได้รับยกเว้นภาษีการซื้อน้ำตาล ตามมาตรา ๒๒๑ ให้ผู้ซื้อและผู้จำหน่ายแจ้งรายการตามแบบและจำนวนฉบับที่อธิบดีกำหนดภายใน ๗ วันของเดือนถัดมา การแจ้ง สำหรับผู้ที่มีสำนักงานใหญ่ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้แจ้งต่ออธิบดี สำหรับผู้ที่มีสำนักงานใหญ่ในจังหวัดอื่น ให้แจ้งต่อข้าหลวงประจำจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ มาตรา ๒๒๕ ในกรณีที่มีการซื้อน้ำตาลจากผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมผู้ใด ให้ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมผู้นั้น รับผิดในการชำระภาษีการซื้อน้ำตาล มาตรา ๒๒๖ ให้ผู้รับผิดในการชำระภาษีการซื้อน้ำตาลตามมาตรา ๒๒๕ ชำระภาษีการซื้อน้ำตาล ณ อำเภอท้องที่พร้อมด้วยยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด ๒ ฉบับภายในวันที่ ๗ ของเดือนทุกเดือน และการชำระภาษีนี้จะถือว่าสมบูรณ์ต่อเมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่งนายอำเภอได้ลงลายมือชื่อแล้ว แต่ให้รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะวางระเบียบให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นได้เมื่อเห็นสมควร มาตรา ๒๒๗ ภาษีการซื้อน้ำตาล ถ้ามิได้ชำระภายในกำหนดตามมาตรา ๒๑๙ หรือมาตรา ๒๒๖ ให้ถือเป็นภาษีค้าง และให้ผู้รับผิดในการชำระภาษีการซื้อน้ำตาลเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑๐ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นภาษีการซื้อน้ำตาลด้วย มาตรา ๒๒๘ เว้นแต่ในกรณีได้รับยกเว้นการซื้อน้ำตาลตามมาตรา ๒๒๑ แห่งลักษณะนี้ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมผู้ใด จำหน่ายน้ำตาลไป และไม่แสดงรายการปริมาณน้ำตาลที่จำหน่ายในบัญชีตามมาตรา ๒๓๖ แห่งลักษณะนี้ กับมิได้นำภาษีการซื้อน้ำตาลสำหรับน้ำตาลนั้นไปชำระภายในกำหนด ให้ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมผู้นั้นเสียภาษีการซื้อน้ำตาลสำหรับน้ำตาลนั้นและเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวนสิบเท่าหรือเป็นเงินสองร้อยบาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ภาษีการซื้อน้ำตาลและเงินเพิ่มตามมาตรานี้ให้ชำระภายในกำหนดสิบวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมได้รับทราบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นภาษีการซื้อน้ำตาล ถ้าไม่ชำระภายในกำหนด ให้ถือเป็นภาษีค้าง ให้ผู้ขนส่งน้ำตาลผ่านด่านตรวจน้ำตาลโดยไม่มีใบผ่านด่านตามมาตรา ๒๔๑ กำกับไปด้วยหรือมีใบผ่านด่านกำกับไปไม่ครบตามจำนวนน้ำตาลที่ขนส่ง เสียภาษีการซื้อน้ำตาลสำหรับน้ำตาลที่ไม่มีใบผ่านด่านกำกับหรือที่เกินจำนวนในใบผ่านด่านกำกับ และเงินเพิ่มสิบเท่าหรือเงินสองร้อยบาทเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวในวรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒๙ ภาษีการซื้อน้ำตาล ถ้ามิได้ชำระภายในกำหนด ให้ถือเป็นภาษีค้าง เพื่อให้ได้รับชำระภาษีค้างให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับ มาตรา ๒๓๐ ภาษีการซื้อน้ำตาล ถ้ามีข้อตกลงให้ผู้ซื้อเป็นผู้เสีย ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมซึ่งเป็นผู้จำหน่าย ต้องออกใบรับให้ผู้ซื้อสำหรับเงินนี้ต่างหากจากเงินอื่น และใบรับเฉพาะเงินส่วนนี้ไม่ต้องปิดแสตมป์อากร แต่ต้องแสดงปริมาณน้ำตาลที่จำหน่าย มาตรา ๒๓๑ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมต้องแจ้งรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด เพื่อขอรับใบทะเบียนสำหรับสถานที่ที่ตนควบคุมและใบอนุญาตสำหรับตัว การแจ้ง สำหรับผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้แจ้งต่ออธิบดี สำหรับผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่น ให้แจ้งต่อข้าหลวงประจำจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ถ้าผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม มีสถานที่หลายแห่ง ให้แจ้งรายการเพื่อรับใบทะเบียนเป็นแห่ง ๆ ไป สำหรับสถานที่ที่มีขึ้นภายหลังวันใช้บังคับบทบัญญัติในลักษณะนี้ ให้แจ้งรายการภายในสิบห้าวันนับแต่วันมีขึ้น มาตรา ๒๓๒ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมที่ได้รับใบทะเบียนสำหรับสถานที่ และใบอนุญาตสำหรับตัวตามพระราชบัญญัติภาษีการซื้อน้ำตาล พุทธศักราช ๒๔๘๕ หรือพระราชบัญญัติภาษีการซื้อน้ำตาล (ฉะบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๗ แล้วไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๓๑ และให้ถือว่าใบทะเบียนสำหรับสถานที่และใบอนุญาตสำหรับตัวซึ่งผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมที่กล่าวได้รับไปแล้วนั้น เป็นใบทะเบียนสำหรับสถานที่และใบอนุญาตสำหรับตัวออกให้ตามลักษณะนี้ มาตรา ๒๓๓ ในกรณีการโอนกิจการผลิตหรือค้าน้ำตาล ให้ผู้โอนแจ้งเรื่องโอนและให้ผู้รับโอนแจ้งรายการเพื่อขอรับใบทะเบียนและใบอนุญาตตามวิธีการที่กล่าวในมาตรา ๒๓๑ ก่อนการโอน มาตรา ๒๓๔ ถ้าผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมมิได้รับใบทะเบียนสำหรับสถานที่แห่งใด ห้ามมิให้ผลิตนำเข้าหรือจำหน่ายน้ำตาลในสถานที่แห่งนั้นจนกว่าจะได้รับใบทะเบียนสำหรับสถานที่แล้ว ถ้าผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมมิได้รับใบอนุญาตสำหรับตัว ห้ามมิให้ผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำตาล จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตสำหรับตัวแล้ว มาตรา ๒๓๕ ในกรณีที่ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม เลิกผลิตนำเข้าหรือจำหน่ายน้ำตาลในสถานที่แห่งใด ให้ผู้ประกอบการผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม ซึ่งควบคุมสถานที่นั้นแจ้งให้อธิบดีหรือข้าหลวงประจำจังหวัดที่กล่าวในมาตรา ๒๓๑ แล้วแต่กรณีทราบตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลิกผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำตาลในสถานที่นั้น ในกรณีนี้ให้อธิบดีหรือข้าหลวงประจำจังหวัดที่กล่าวมีอำนาจสั่งตีตราปิดสถานที่นั้นและเรียกใบทะเบียนและใบอนุญาตคืนได้ในเมื่อไม่มีน้ำตาลจะจำหน่ายแล้ว มาตรา ๒๓๖ ให้ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมทำบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนดแสดงรายการปริมาณน้ำตาลหรือวัตถุอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งมีอยู่ ได้มา และจำหน่ายไป เป็นรายวันและต้องเก็บรักษาบัญชีนี้ไว้จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทำลาย แต่ไม่เกินสามปี มาตรา ๒๓๗ ให้อธิบดีมีอำนาจวางระเบียบกำหนดให้ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวมปฏิบัติเกี่ยวกับเวลาทำการของสถานที่หรือติดตั้งเครื่องชั่งตวงวัดเพื่อตรวจสอบในสถานที่ได้ มาตรา ๒๓๘ เพื่อให้การเป็นไปตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่หรือที่อื่นใดที่เกี่ยวข้องในเวลาระหว่างอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ตก และมีอำนาจทำการตรวจสอบ กับออกหมายเรียกผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้รวบรวม หรือพยานหลักฐานอันควรแก่เรื่องมาไต่สวนได้ มาตรา ๒๓๙ ให้อธิบดีมีอำนาจที่จะตั้งด่านตรวจน้ำตาลขึ้น ณ ที่หนึ่งที่ใด และเมื่อใดก็ได้ กับให้มีอำนาจกำหนดเส้นทางขนส่งน้ำตาลซึ่งมาจากท้องที่หนึ่งไปยังอีกท้องที่หนึ่งเมื่อใดก็ได้ การตั้งด่านตรวจน้ำตาลก็ดี การกำหนดเส้นทางขนส่งน้ำตาลก็ดี ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๔๐ ให้เจ้าพนักงานประจำด่านตรวจน้ำตาลตามมาตรา ๒๓๙ มีอำนาจสั่งพาหนะที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าขนส่งน้ำตาลหยุดที่ด่านตรวจน้ำตาลและมีอำนาจเข้าตรวจจำนวนน้ำตาล กับสอบถามและเรียกพยานหลักฐานเกี่ยวกับการขนส่งน้ำตาลนั้นมาไต่สวนได้ มาตรา ๒๔๑ ผู้ควบคุมพาหนะที่ขนส่งน้ำตาลในคราวหนึ่ง ๆ เป็นจำนวนเกินกว่าร้อยกิโลกรัม มีหน้าที่ต้องขนส่งน้ำตาลตามเส้นทางที่อธิบดีกำหนด และต้องนำพาหนะที่ขนส่งน้ำตาลมาให้เจ้าพนักงานประจำด่านตรวจน้ำตาลตรวจและไต่สวน และให้เจ้าของน้ำตาลหรือผู้แทน หรือผู้ควบคุมพาหนะที่ขนส่งน้ำตาล ขอรับใบผ่านด่านจากเจ้าพนักงานประจำด่านตรวจน้ำตาลกำไปกับน้ำตาลที่ผ่านด่านนั้นด้วย มาตรา ๒๔๒ ผู้ใดจงใจไม่ทำบัญชีเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๓๖ ก็ดี ทำบัญชีดังกล่าวไม่บริบูรณ์ก็ดี หรือทำบัญชีเป็นเท็จก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๒๔๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๑๙ มาตรา ๒๒๓ มาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๓๐ มาตรา ๒๓๑ มาตรา ๒๓๓ มาตรา ๒๓๕ หรือฝ่าฝืนระเบียบตามมาตรา ๒๓๗ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท มาตรา ๒๔๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓๔ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๒๔๕ ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจ (๑) ออกใบรับตามมาตรา ๒๓๐ หรือแจ้งรายการตาม มาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๓๑ หรือมาตรา ๒๓๓ ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อน้ำตาล (๒) ขัดขืนมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ทำการ หรือมิให้ทำการตรวจสอบ หรือไม่ปฏิบัติตามหมายเป็นการฝ่าฝืนอำนาจตามมาตรา ๒๓๘ (๓) ไม่ยอมตอบคำถามเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซักถามหรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อน้ำตาล หรือ (๔) ไม่ยอมตอบคำถาม หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจของเจ้าพนักงานประจำด่านตรวจน้ำตาลตามมาตรา ๒๔๐ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๒๔๖ ผู้ใดไม่หยุดพาหนะ เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๔๐ หรือฝ่าฝืนมาตรา ๒๔๑ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท มาตรา ๒๔๗ เจ้าพนักงานผู้ใดโดยหน้าที่ราชการ ได้รู้เรื่องกิจการของผู้รับผิดในการชำระภาษีการซื้อน้ำตาล หรือของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ นำความนั้นไปแจ้งแก่ผู้ใด หรือยังให้ทราบด้วยวิธีใดโดยผิดหน้าที่ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ บัญชีอัตราภาษีการซื้อน้ำตาล น้ำตาล กิโลกรัมละ ๑๐ สตางค์ หมายเหตุ ๑. เศษของ ๑ กิโลกรัมแต่ไม่เกิน .๕ กิโลกรัม ให้ปัดเป็น .๕ กิโลกรัม และคิดภาษีการซื้อน้ำตาล ๑ ใน ๒ ของอัตรา ถ้าเศษของ ๑ กิโลกรัมแต่เกิน .๕ กิโลกรัม ให้ปัดเป็น ๑ กิโลกรัม และคิดภาษีการซื้อน้ำตาลตามอัตรา ๒. น้ำตาลใด ๆ ถ้ามีน้ำตาลทำจากอ้อย ตาลโตนด มะพร้าว ต้นไม้อื่นหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศเจือปนอยู่ ให้ถือเป็นน้ำตาลทั้งหมด"

ค้นต่อ