พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2494
มาตรา 49
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2494 มาตรา 49 ให้ยกเลิกความในลักษณะ ๗ แห่งประมวลรัษฎากร และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "ลักษณะ ๗ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร มาตรา ๒๔๘ การเรียกเก็บภาษีโรงแรมภัตตาคาร ซึ่งบัญญัติไว้ในลักษณะนี้ ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพากร มาตรา ๒๔๙ ในลักษณะนี้ "โรงแรมภัตตาคาร" หมายความว่า สถานที่ซึ่งเป็นโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พุทธศักราช ๒๔๗๘ หรือที่จำหน่ายอาหารเป็นปกติ หรือที่เป็นทั้งโรงแรมและที่จำหน่ายอาหารเป็นปกติ และสถานที่นั้นมีค่ารายปีตั้งแต่ ๑,๒๐๐ บาทขึ้นไป "เจ้าสำนัก" หมายความว่า เจ้าของ ผู้ควบคุม และผู้จัดการโรงแรมภัตตาคาร "ที่พัก" หมายความว่า สถานที่ที่จัดไว้สำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใด ซึ่งเจ้าสำนักจัดให้พักอาศัยเพื่ออยู่หรือพักชั่วคราว "อาหาร" หมายความว่า ของกิน หรือเครื่องดื่มทุกชนิด "ขาย" หมายความว่า โอนกรรมสิทธิ์ไม่ว่ากรณีใด ๆ "ค่ารายปี" หมายความว่า ค่ารายปีตามมาตรา ๗๘ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๓๐ มาตรา ๒๕๐ ให้จัดเก็บภาษีเรียกว่า ภาษีโรงแรมภัตตาคาร เมื่อมีการให้เช่าที่พัก หรือมีการขายอาหาร หรือมีการให้เช่าที่พักและขายอาหารจากโรงแรมภัตตาคาร มาตรา ๒๕๑ การเรียกเก็บภาษีโรงแรมภัตตาคารตามลักษณะนี้ ให้เก็บจากค่าเช่าที่พัก หรือค่าอาหาร หรือค่าเช่าที่พักและค่าอาหาร บรรดาที่เรียกเก็บหรือที่ค้างชำระตามบัญชีอัตราภาษีโรงแรมภัตตาคารท้ายลักษณะนี้ เงินที่เรียกเก็บหรือที่ค้างชำระเป็นค่าบริการ หรือเป็นค่าสิ่งอื่นที่จัดให้ เนื่องในการให้เช่าที่พัก หรือการขายอาหารหรือการให้เช่าที่พักและขายอาหารจากโรงแรมภัตตาคาร ให้ถือเป็นเงินที่ต้องเสียภาษีตามความในวรรคก่อน มาตรา ๒๕๒ รัฐมนตรีมีอำนาจยกเว้นไม่เก็บภาษีโรงแรมภัตตาคารจากสโมสรหรือสมาคมที่จำหน่ายอาหารโดยมิได้มุ่งหากำไร ในการยกเว้นไม่เก็บภาษีนี้ รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ปฏิบัติก็ได้ ถ้าปรากฏว่าสโมสรหรือสมาคมใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด รัฐมนตรีจะเพิกถอนการยกเว้นไม่เก็บภาษีเสียก็ได้ มาตรา ๒๕๓ ให้เจ้าสำนักชำระภาษีโรงแรมภัตตาคารต่ออำเภอท้องที่ภายในกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) สำหรับกรณีเงินที่เรียกเก็บได้ในเดือนหนึ่ง ๆ ตามมาตรา ๒๕๑ ให้นำไปชำระภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป (๒) สำหรับกรณีเงินที่ค้างชำระในเดือนหนึ่ง ๆ ตามมาตรา ๒๕๑ ให้ขยายกำหนดเวลาชำระต่อไปได้ถึงวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดจากเดือนที่ต้องชำระภาษีตาม (๑) พร้อมกับการชำระภาษีตาม (๑) และ (๒) ให้เจ้าสำนักยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดไปพร้อมด้วย และการชำระภาษีนี้จะถือว่าสมบูรณ์ต่อเมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่งนายอำเภอได้ลงลายมือชื่อแล้ว มาตรา ๒๕๔ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร ถ้ามิได้ชำระภายในกำหนดตามมาตรา ๒๕๓ ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๒๐ เงินเพิ่มนี้ให้ถือว่าเป็นภาษีโรงแรมภัตตาคาร มาตรา ๒๕๕ ภาษีโรงแรมภัตตาคาร ถ้ามิได้ชำระภายในกำหนด ให้ถือเป็นเงินค้าง และเพื่อให้ได้รับชำระเงินค้าง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๕๖ ให้อธิบดี โดยอนุมัติรัฐมนตรี มีอำนาจกำหนดวิธีการให้เจ้าสำนักปฏิบัติเพื่อให้การเสียภาษีในลักษณะนี้เป็นไปโดยรัดกุม การกำหนดวิธีการเช่นว่านี้ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้เจ้าสำนักปฏิบัติตาม มาตรา ๒๕๗ ในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๕๙ ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี และการกล่าวหาแจ้งความนั้น ได้แสดงหลักฐานความผิดโดยชัดแจ้ง เป็นเหตุให้พบการไม่เสียภาษีโรงแรมภัตตาคารหรือเสียไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้เจ้าสำนักเสียภาษีโรงแรมภัตตาคารจนครบ และสั่งให้เสียเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน ๒ เท่าของภาษีโรงแรมภัตตาคารที่ไม่เสียหรือที่ขาด หรือเป็นเงิน ๑๐๐ บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ภาษีโรงแรมภัตตาคารและเงินเพิ่มตามมาตรานี้ให้ชำระภายในกำหนดสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นภาษีโรงแรมภัตตาคาร เงินเพิ่มเมื่อเรียกเก็บได้แล้ว ให้หักออกร้อยละ ๒๕ เป็นเงินสินบนรางวัล และให้อธิบดีมีอำนาจจ่ายให้แก่บุคคลที่ตรวจพบและบุคคลที่กล่าวหาแจ้งความดังกล่าวในวรรคหนึ่งตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี มาตรา ๒๕๘ ให้เจ้าสำนักมีหน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติและการชำระภาษีโรงแรมภัตตาคารของโรงแรมภัตตาคารตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ทุกประการ มาตรา ๒๕๙ เมื่อมีเหตุผลสมควร พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในโรงแรมภัตตาคารหรือสำนักงานของโรงแรมภัตตาคาร เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ กับมีอำนาจเรียกและยึดตราสาร หรือเอกสาร และออกหมายเรียกตัวเจ้าสำนักกับพยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาไต่สวนได้ ในการตรวจ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องพิจารณาอย่าให้เป็นการขัดขวางการดำเนินการตามปกติของโรงแรมภัตตาคารจนเกินกว่าความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจ มาตรา ๒๖๐ เจ้าสำนักใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๒๕๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท มาตรา ๒๖๑ ผู้ใด โดยรู้อยู่แล้ว ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือโดยรู้อยู่แล้ว หรือจงใจ ไม่ปฏิบัติตามคำเรียก หรือไม่ยอมให้ยึดตราสารหรือเอกสาร หรือไม่ปฏิบัติตามหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๕๙ หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา ๒๖๒ ผู้ใด (๑) โดยรู้อยู่แล้ว หรือจงใจ แจ้งข้อความเท็จหรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีโรงแรมภัตตาคาร หรือ (๒) โดยความเท็จ โดยเจตนาละเลย โดยฉ้อโกง หรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีโรงแรมภัตตาคารผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ บัญชีอัตราภาษีโรงแรมภัตตาคาร (๑) อัตราร้อยละ ๑๕ ของเงินที่เรียกเก็บหรือที่ค้างชำระ แต่ภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี ต้องไม่น้อยกว่าค่ารายปี (๒) ถ้าเงินภาษีที่ชำระตาม (๑) ตลอดปีปฏิทินรวมกันมีจำนวนไม่ถึงค่ารายปี ให้เพิ่มเงินภาษีที่จะต้องชำระในเดือนสุดท้ายของปีปฏิทินเพื่อให้ยอดเงินภาษีทั้งปีเท่ากับค่ารายปี แต่ถ้าเป็นกรณีที่ประกอบกิจการโรงแรมภัตตาคารไม่เต็มปี ให้เสียภาษีตามส่วนแห่งระยะเวลาของเดือนที่ประกอบกิจการในปีปฏิทินนั้น"