พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2494
มาตรา 5
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2494 มาตรา 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓ ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร "มาตรา ๓ ทวิ ถ้าเจ้าพนักงานดังจะกล่าวต่อไปนี้เห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรต้องได้รับโทษจำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง ก็ให้มีอำนาจเปรียบเทียบ โดยกำหนดค่าปรับแต่สถานเดียวในความผิดต่อไปนี้ได้ คือ ๑. ความผิดตามมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ มาตรา ๑๒๔ มาตรา ๑๒๕ มาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๔๒ มาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๖๕ มาตรา ๒๐๙ มาตรา ๒๔๓ มาตรา ๒๔๖ มาตรา ๒๖๐ และมาตรา ๒๖๑ ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้เป็นอำนาจของอธิบดี ถ้าเกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ให้เป็นอำนาจของข้าหลวงประจำจังหวัด ๒. ความผิดตามมาตรา ๑๒๖ มาตรา ๒๐๘ มาตรา ๒๑๐ มาตรา ๒๑๑ มาตรา ๒๔๒ มาตรา ๒๔๔ และมาตรา ๒๔๕ ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมสรรพากร ผู้แทนกรมอัยการ และผู้แทนกรมตำรวจ ถ้าผู้ต้องหายินยอมตามที่เปรียบเทียบและใช้ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบเสร็จแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้ต้องหามิให้ถูกฟ้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดนั้น"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 7574/2559
จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานและเหตุที่พนักงานจะต้องพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจและพนักงานทุกคนตามวันที่บทกฎหมายดังกล่าวกำหนด กฎหมายดังกล่าวมิใช่เป็นบทกฎหมายกำหนดความผิดที่มีโทษในทางอาญาที่จะต้องใช้ขณะกระทำความผิดและต้องห้ามมิให้ใช้บังคับย้อนหลังไปก่อนการกระทำควา