พระราชบัญญัติให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ พ.ศ. 2514
มาตรา 12
พระราชบัญญัติให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ พ.ศ. 2514 มาตรา 12 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยซึ่งเป็นสมาชิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศอยู่แล้ว สมควรสมัครเข้าเป็นภาคีในบัญชีพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศนั้นด้วย และโดยที่การสมัครเข้าเป็นภาคีดังกล่าวสมควรมีกฎหมายกำหนดอำนาจและการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับการนั้น จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๑๔ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเงินตรา เพื่อแก้ไขระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และโดยที่มูลค่าของใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินตามกฎหมายปัจจุบันได้บัญญัติให้เทียบกับทองคำซึ่งไม่สอดคล้องกับระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราที่กำหนดขึ้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวเสียใหม่ และเนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยเงินตราซึ่งต้องกระทำเป็นการรีบด่วนและเป็นความลับ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 11570/2553
พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา